แปลเพลง Walk You Home ( สุรสีห์ อิทธิกุล ) ost.ไอฟาย แต๊งกิ้ว เลิฟยู้

สวัสดีครับ วันนี้มาแบบเฉพาะกิจจริงๆ เพราะปีนี้จขบ.มุ่งแต่การสอบแอดมิดชั่นอย่างเดียว เลยไม่มีผลงานใดๆมานับแรมปีเลย แต่วันนี้ที่มาแปลเพราะว่า “ผมอินกับเพลงนี้จริงๆครับ” ตอนดูในโรง เพลงนี้กำลังบรรเลง ทั้งเพราะ ทั้งซึ้งในเวลาเดียวกันเลย หลังออกจากโรงเกิดอาการกระวนกระวาย หาชื่อเพลงทั้งวันทั้งคืน ตอนแรกนึกว่าเป็นเพลงที่นักร้องต่างชาติร้องมาก่อนครับ แต่ปรากฏว่าเพลงนี้เป็นออริจินัลเลย แถมวี วิโอเล็ตเป็นคนแต่งอีก #ผมนี่ลุกขึ้นเลย เลยต้องนั่งนับวันรอจนถึงวันนี้ที่เพลงนี้ได้ปล่อยให้ดาวน์โหลดครับ

Tonight, just the two of us
ค่ำคืนนี้ มีเพียงแค่เราสองคน
so forget the world for a while
ฉะนั้นลืมเรื่องราวต่างๆสักพักกันเถอะ
Open your heart and open your eyes
เปิดใจ เปิดดวงตาของคุณ
I’m right here in front of you.
ผมอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว

And you look so pretty in your dress
คุณตอนที่ใส่ชุดเดรสนั้นดูน่ารักมาก
Though I knows I look like a mess,
แม้ผมจะรู้ว่าผมเป็นคนซกมก
I’ll do my best to win your heart
แต่ผมจะทำให้ดีที่สุด เพื่อจะชนะใจของคุณ
So can I walk you home tonight?
แล้วผมขอพาคุณกลับบ้านในคืนนี้ได้ไหมครับ

Please tell me how you feel
โปรดบอกผมว่าคุณรู้สึกอย่างไร
Cos deep inside I know it’s real
เพราะลึกๆข้างใน ผมรู้ว่ามันเป็นจริง
I promise, I will forever be yours
ผมสัญญา ว่าผมจะเป็นของคุณตลอดไป
Darling open up to me, Let me walk you home
ที่รักให้โอกาสผมเถอะนะ ให้ผมส่งคุณกลับบ้าน

Before its morning, before the sunrise
ก่อนที่จะฟ้าสาง ก่อนที่ดวงอาทิตย์จะสาดส่อง
Before I go back to reality
ก่อนที่ผมจะกลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง
And you go back to your life
และคุณกลับไปอยู่ในโลกของคุณ
Tell me that you feel the same way too
บอกผมว่าคุณรู้สึกแบบเดียวกับที่ผมนั้นรู้สึก

Please tell me how you feel
โปรดบอกผมว่าคุณรู้สึกอย่างไร
Cos deep inside I know it’s real
เพราะลึกๆข้างใน ผมรู้ว่ามันเป็นจริง
I promise, I will forever be yours
ผมสัญญา ว่าผมจะเป็นของคุณตลอดไป
Darling open up to me, Let me walk you home
ที่รักให้โอกาสผมเถอะนะ ให้ผมส่งคุณกลับบ้าน

Even if you’ll never be mine
ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีวันเป็นของผม
I’m in love with you, tonight
แต่คืนนี้ ผมตกหลุมรักคุณเข้าแล้ว

วิเคราะห์ & แปลเพลง : Sirens (Cher Lloyd)

สวัสดีครับ วันนี้จขบ.ได้มีโอกาสลงบทแปลเพลงใหม่ๆกับเขาบ้าง อันที่จริงเพลงนี้มีคนแปลแล้วครับ แต่ที่มานั่งทำวันนี้ก็เหตุผลเดิมครับคือที่ผมแปลกับที่เขาแปลมีส่วนต่างกัน ซึ่งผมเองจะเพิ่มส่วนวิเคราะห์เข้าไปด้วยครับ

 

ส่วนประวัติผมเคยร่ายไปแล้วในบทแปลเพลง Want U Back นะครับ ส่วนตัวคิดว่า เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกที่รู้สึกว่าเสียงร้อง แนวเพลง เอ็มวีออกมาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่ซิงเกิ้ลนี้ออกมากระแสตอบรับดีมากครับ ดูจากไลค์ในยูทูปแล้วตัวเลขไลค์เยอะพอสมควรเลย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็เป็นไปตามทิศทางที่ดีเลยทีเดียวครับ

 

 

ในเพลง และเอ็มวี กล่าวถึงเรื่องใหญ่ๆเรื่องเดียวกันครับ ก็คือ “การแบกรับปัญหาต่างๆของเธอ จนมันหนักกว่าฉันจะรับได้ ฉันพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่มันไม่ไหวจริงๆ เพราะฉะนั้นเรามาจบกันเถอะ” แต่ในเอ็มวีผมเห็นว่านางเอกเอ็มวีได้เอายา หรือเงิน (หลักฐาน) เอาไปเผาตอนตำรวจบุกเข้าบ้าน สิ่งนี้ยังแสดงเห็นว่า “แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังหวังดีกับเธอ ฉันยังรักเธออยู่นะ” /// ส่วนตัวจขบ.ชอบทั้งเพลง และเอ็มวีมากๆเลย เป็นเพลงที่ประทับใจที่สุดของเธอเลย ตัวเอ็มวีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ Cher Lloyd เองด้วยครับ พ่อของเธอถูกตำรวจจับตอนเธออายุ 5 ขวบครับ

 

 

 

I carry the weight of you in my heavy heart
ฉันแบกรับความหนัก (ภาระ ปัญหา ฯลฯที่เกี่ยวกับเธอ) ของเธอไว้ในใจฉัน
And the wind is so icy, I am numb
ลมช่างเยือกเย็น จนฉันชาไปทั้งตัว
I carry the weight of you heading back to start
ฉันแบกรับความหนักของเธอ แบกไปกลับสู่จุดเริ่มต้น
With the thousand eyes on me, I stumble on
ท่ามกลางสายตานับพันจ้องมาที่ฉัน และฉันสะดุดล้ม

ในท่อนนี้เราก็จะเห็นถึงความยากลำบากของผู้ร้อง (ฉัน) ในการที่จะต้องเผชิญปัญหาหรืออะไรก็ตามที่เธอไม่ได้ก่อ

 

I am tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย และฉันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ
I’m getting weaker everyday, yeah
แถมยังอ่อนแอมากขึ้นทุกวันๆ
I carry the weight of you
ฉันแบกรับความหนักของเธอ
I carry the weight of you
ฉันแบกรับความหนักของเธอ

และเมื่อมาถึงตอนนี้ ความอดทนของผู้ร้องก็ชักจะหมดลงไปเรื่อยๆ

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า (อันที่จริงคือแสงสีขาวที่อยู่รอบก้อนเมฆ ที่ทุกคนเคยจะได้ยินมาจากสำนวน Every cloud has a silver lining. แต่ให้แปลตรงๆก็ทะแม่งๆอยู่ครับ) จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

ท่อนนี้ วิเคราะห์ได้ 2 ทางครับ คือ 1) ฉันหมดแรงที่จะไปต่อแล้ว มานอนรอความตาย (จุดจบ) ตรงนี้แหละ เดี๋ยวไม่นานเสียงไซเรน (รถพยาบาล รถตำรวจ) ก็จะมาเองแหละ หรือ 2) ฉันหมดแรงที่จะไปต่อแล้ว มานอนรอความตาย (จุดจบ) ตรงนี้แหละ เดี๋ยวไม่นานเทพีไซเรนก็จะมาเรียกเราเองแหละ  เทพีไซเรนคือใครหรอ??? ไม่เป็นไรครับข้างล่างมีคำอธิบาย ***แต่ไม่ว่าอย่างไร หรือทางใดสุดท้ายก็คือตายอยู่ดี มองโดยรวมผมว่า คือการจบความสัมพันธ์ครับ

เทพีไซเรน เป็นเทพีในตำนานของกรีกครับ มีหลายที่มา บ้างว่าเป็นหญิงนางเงือก แต่ส่วนใหญ่ระบุว่าครึ่งนกครึ่งผู้หญิง อาศัยตามโขดหิน คอยร้องเพลงขับขานด้วยเสียงเพลงอันไพเราะราวเสียงสวรรค์ เพื่อหลอกล่อชาวเรือเข้ามาชนหินโสโครก บ้างก็ว่าเสียงร้องของนางสะกดให้ชาวเรือหลงไหล ลืมสิ้นทุกสิ่ง จนโดดลงทะเลเพื่อว่ายไปหานาง “แล้วก็โดนจับกิน หรือตายนั่นเอง” (ขอบคุณเว็บ magicboxaudio สำหรับข้อมูลครับ)

 

We follow the sun down low ’til we hit the night
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตกจนย่ำยามค่ำคืน
And you hold me so tightly, it’s hard to breathe, oh
และเธอกอด (เกาะ) ฉันแน่นมาก รู้มั้ยว่ามันหายใจไม่ออก

ท่อนนี้เหมือนจะพยายามบอกนะครับว่า เธออะพาฉันไปลงนรก (เจ็บปวด ทรมาณ) ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะปัญหาต่างๆของเธอนั่นเอง

 

I am tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย และฉันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ
I’m getting weaker everyday, yeah
แถมยังอ่อนแอมากขึ้นทุกวันๆ
We follow the sun down low
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตก
We follow the sun down low
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตก

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

 

Yeah, I’m tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย ฉันแก่ลง
I’m getting weaker everyday
และฉันก็อ่อนแรงลงทุกวันๆ
I am drowning, and you’re stealing every breath
ฉันกำลังจมน้ำ และเธอฉวยทุกลมหายใจของฉันไป
Take me away and just
พาฉันไป และเพียงแค่…

ท่อนนี้เห็นได้ชัดเลยครับ ว่าเธอทำให้ฉันเจ็บปวด เหนื่อยล้า บลาๆแค่ไหน เหมือนคนจมน้ำ แต่มีคนมาแย่งอากาศหายใจไปงั้น

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

แปลเพลง : Room for Happiness featuring Skylar Grey (Kaskade)

ไหนๆก็กลับมาแล้วครับ ก็ขอจัดสักอีกเพลงไปเลย เพลงนี้เป็นของดีเจชาวอเมริกันอย่าง Kaskade หรือชื่อจริง Ryan Raddon เกิดที่ชิคาโก้ ถึงแม้ผลงานของเฮียแกจะไม่โด่งดังในตลาดใหญ่เท่าที่ควร แต่ก็ได้รับรางวัล America’s Best DJ ของนิตยสาร DJ Times ไปถึง 2 ปีเลยทีเดียว

 

เพลงที่เลือกมาแปลในวันนี้เป็นเพลงในอัลบั้ม Fire & Ice ทีไ่ด้นักร้องมือดีอย่าง Skylar Grey ที่เคยไปร้องฟีทเจอริ่งในเพลง I Need A Docter มาแล้ว เนื้อเพลงก็พูดถึง การลืมความรักที่มันเก่าๆสังคังทิ้งไปซะ จะมามั่วเศร้าอยู่ใย ความสุขรอเราอยู่อีกมากมาย

 

 

 

 

 

sometimes I wish I never felt, the influence of you
ในบางเวลาฉันอยากไม่รู้สึกถึงแรงดึงดูดของเธอ
cuz now i feel the disconnect, like an open wound
เพราะตอนนี้ฉันรู้สึกกระอึกกระอักใจ เหมือนแผลที่ยังไม่หายดี
where you once were there is a space, that runs as deep as hell
ที่ที่เธอเคยอยู่คือความว่างเปล่า ที่มันเหมือนกับอยู่ในนรก
but every morning when i wake i tell myself
แต่ทุกๆเช้า เมื่อฉันตื่นฉันบอกกับตัวเองว่า
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข

yeah, yeah, yeah
เย เย เย

sometimes it’s worse to have lost, than to have never had at all
ในบางเวลามันแย่กับการที่สูญเสีย มากกว่ากับการไม่มีอะไรเลย
cuz it’s a curse, to feel love and to feel it all dissolve
เพราะมันเป็นคำสาป ที่ทำให้รู้สึกรัก และทำให้รู้สึกว่ามัน(ความรัก)ได้หายไปหมด
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข

yeah, yeah, yeah
เย เย เย
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข
don’t be fooled by your emptiness, there’s so much more room for happiness
อย่าถูกหลอกโดยความว่างเปล่าของเธอ ยังมีที่ว่างอีกมากสำหรับความสุข

yeah, yeah, yeah x5
เย เย เย