แปลเพลง : Indestructible (Robyn)

กลับบ้านแล้วครับทุกคน หลังจากที่หายไป เพราะเรื่อเรียน เรื่องงานบ้างไรบ้าง +อีกทั้งขาดแรงบันดาลใจ พอจะแปลเพลงอะไรโดนเขาแย่งตลอดอะครับ 55555+ ช่วงนี้จขบ.ก็จะเลือกแต่เพลงที่ไม่ค่อยดังในบ้านเราเท่าไรมาแปลนะครับ 

เจ๊โรบิ้น หรือชื่อเต็มๆ Robin Miriam Carlsson เป็นสาว(ใหญ่)ชาวสวีดิช ภูมิลำเนาอยู่ที่สต๊อกโฮล์ม เปิดตัวอลับั้มแรกเมื่อปี 95 บวกลบไปนี่ก็เกือบ 20 ปีแล้ว ไม่ต้องถามนะครับว่าอายุเท่าไร 35+ แน่นอน (37) 5555 ในช่วงแรกทำเป็นแบบป๊อบก็พอตีตลาดนอกได้ดีพอสมควร แต่ในช่วงยุค 00 เจ๊แกเริ่มเปลี่ยนเป็นแบบแดนซ์ความนิยมในตลาดนอกก็ลดลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลงานของเจ๊แกในยุคแดนซ์ สามารถทำให้เจ๊แกเข้าชิงแกรมมี่ถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว ทำเพลงออกมาได้ดีทีเดียวครับ ผมก็เป็น 1 ในคนที่ชอบผลงานของเจ๊เขา

 

เพลงที่ผมจะแปลในครั้งนี้คือเพลงที่อยู่ในอัลบั้มไตรอัลบั้มของเจ๊แกนั่นก็คือ Body Talk เพลงนี้เนื้อหาก็เกี่ยวกับการที่เราได้ไปพบไปพบรักกับคนนึงที่ถูกใจในผับ ซึ่งดูเหมือนว่ารักครั้งนี้จะเร่าร้อน รุนแรง สนุกเป็นพิเศษ แต่ก็แฝงความน่ากลัวไว้อยู่ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

I’m going backwards through time at the speed of light
ฉันเดินทางย้อนเวลาในความเร็วแสง
I’m yours, you’re mine
ฉันเป็นของเธอ เธอเป็นของฉัน
Two satellites
เป็นดาวเทียม 2 ดวง
Not alone
ไม่เหงา
No, we’re not alone
ไม่เลย พวกเราไม่เหงา

A freeze-frame of your eye in the strobelight
ภาพฟรีซ (คำนี้อธิบายยากมากครับ freeze-frame เป็นศัพท์ในวงการถ่ายภาพ ถ่ายวิดิโอนะ
ครับ ที่จะเป็นเฟรม หรือภาพ ที่ได้จากการหยุดภาพเคลื่อนไหวนั้นๆ) ของดวงตาของเธอ
ท่ามกลางแสงแฟลช
Sweat dripping down from your brow
หยดเหงื่อไหลลงจากคิ้วของเธอ
Hold tight
กอด(ฉัน)ไว้แน่นนะ
Don’t let go
อย่าจากไปไหน
Don’t you let me go
เธออย่าปล่อยให้ฉันไปไหนนะ

And I never was smart with love
และไม่ฉันไม่เก่งในเรื่องความรักเลย
I let the bad ones in and the good ones go
ฉันปล่อยให้คนเลวเข้ามาในชีวิต แต่กลับปล่อยให้คนดีจากไป
But I’m gonna love you like I’ve never been hurt before
แต่ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันจะไม่เจ็บมาก่อน
I’m gonna love you like I’m indestructible
ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้ (ไม่เจ็บ ไม่สน ทนได้ ไม่ตายอีกต่าง
หาก)
Your love is ultra magnetic and
รักของเธอนั้นดึงดูดขั้นสุดและ
it’s taking over
มันควบคุม (หัวใจฉันไปแล้ว)
This is hardcore
นี่มันฮาร์ดคอร์
And I’m indestructible
และฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้

Hands up in the air like we don’t care
ยกมือขึ้นมา อย่างกับเราไม่สนอะไร
We’re shooting deep into space
เราปลดปล่อย (ถ้าจะใช้ยิง หรือพุ่งมันก็จะดูแปลกๆครับ ตรงนี้ใช้เวลาทำความเข้าใจพอ
สมควร) ส่วนลึก(ที่อยู่ข้างในใจ)ออกมาสู่อากาศ
And the lasers split the dark
และแสงเลเซอร์ได้ผ่าแยกความมืดมิด
Cut right through the dark
ตัดผ่าผ่านความมืดมิด

It’s just us we ignore the crowd dancing
มันก็เป็นแค่เรา เราไม่สนใจการเต้นของเหล่าผู้คน
Fall to the floor
ล้มลงบนพื้น
Beats in my heart
เสียงจังหวะในหัวใจฉัน
Put your hands on my heart
เอามือมาวางบนหัวใจฉันสิ

And I never was smart with love
และไม่ฉันไม่เก่งในเรื่องความรักเลย
I let the bad ones in and the good ones go
ฉันปล่อยให้คนเลวเข้ามาในชีวิต แต่กลับปล่อยให้คนดีจากไป
But I’m gonna love you like I’ve never been hurt before
แต่ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันจะไม่เจ็บมาก่อน
I’m gonna love you like I’m indestructible
ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้
Your love is ultra magnetic and
รักของเธอนั้นดึงดูดขั้นสุดและ
it’s taking over
มันควบคุมแล้ว
This is hardcore
นี่มันฮาร์ดคอร์
Ooh and I’m gonna love you like
อู้หหห์ และฉันจะรักเธอ อย่างกับ
Like I’ve never been hurt before
ฉันจะไม่เจ็บมาก่อน
I’m gonna love you like I’m indestructible
ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้
Your love is ultra magnetic and
รักของเธอนั้นดึงดูดขั้นสุดและ
it’s taking over
มันควบคุมแล้ว
This is hardcore
นี่มันฮาร์ดคอร์
And I’m indestructible
และฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้

And I never was smart with love
และไม่ฉันไม่เก่งในเรื่องความรักเลย
I let the bad ones in and the good ones go
ฉันปล่อยให้คนเลวเข้ามาในชีวิต แต่กลับปล่อยให้คนดีจากไป
But I’m gonna love you like I’ve never been hurt before
แต่ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันจะไม่เจ็บมาก่อน
I’m gonna love you like I’m indestructible
ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้
Your love is ultra magnetic and
รักของเธอนั้นดึงดูดขั้นสุดและ
it’s taking over
มันควบคุมแล้ว
This is hardcore
นี่มันฮาร์ดคอร์
Ooh and I’m gonna love you like
อู้หหห์ และฉันจะรักเธอ อย่างกับ
Like I’ve never been hurt before
ฉันจะไม่เจ็บมาก่อน
I’m gonna love you like I’m indestructible
ฉันจะรักเธอ อย่างกับฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้
Your love is ultra magnetic and
รักของเธอนั้นดึงดูดขั้นสุดและ
it’s taking over
มันควบคุมแล้ว
This is hardcore
นี่มันฮาร์ดคอร์
And I’m indestructible
และฉันนั้นไม่สามารถถูกทำลายได้

 

Advertisements

แปลเพลง : Come Into My World (Kylie Minogue)

วอสสับ ทุกๆคน วันนี้จขบ. กลับมา ไม่ได้ตามคำเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่มาฉลองครบ 4 แสนวิวครับ ปริ่มมากครับ ขอบคุณทุกคนที่เขามาดูบล็อคของเด็ก(??)ผู้ชายเล็กๆบนโลกคนนึง ถึงแม้จะดูไม่ได้มากมาย แต่ก็มากมายสำหรับจขบ. ขอบคุณจริงๆ

 

จะมาทั้งทีก็ต้องเอาเพลงเก่าครับ เดี๋ยวนี้หาเพลงใหม่ยากมากเลย มีคนแย่งไปทำหมดแล้ว 5555 คราวนี้มาแบบไม่เก่ามากเหมือนเพลงก่อนๆ แต่ก็เก่าพอตัว 11 ปีที่แล้วอะนะ ซึ่งในปีสองปีนั้น ไม่มีใครไม่รู้จัก Kylie Minogue ซึ่งคนไทยหลายคนอาจจะรู้จักมักคุ้นน้าแกจากทัวร์คอนเสิร์ต Aphrodite ที่ประเทศไทย เห็นหน้าเด็กๆอย่างนี้ แต่อายุปาไป 45 แล้วนะครับ ประสบการณ์ทางด้านดนตรีนี่โชคโชน และยาวนาน ตั้งแต่ปี 88 ที่ออกอัลบั้มแรกเลยครับ ซึ่งดูจากยอดขายทั้งในประเทศ (ออสเตรเลีย) กับตปท.ก็ถือว่าเดบิวต์ดังเลยทันที และหลังจากนั้นดูเหมือนยอดขายจะกลายเป็นพาราโบล่าขาลง จนกระทั่งช่วงปี 2000 โดยเฉพาะอัลบั้ม Light Year กับ Fever ซึ่งเป็นการรีไวฟ์น้าแกใหม่เลย โดยเฉพาะอัลบั้ม Fever ซึ่งมีเพลงดังกระฉูดทั่วโลกอย่าง Can’t Get You Out Of My Head (ทำนองติดอยู่ในหัวเลยครับ นา นา นา นา นา นา เป็นเพลงในตำนานไปเลย) ขึ้นที่ 1 ไปทั่วโลก ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าอัลบั้มนั้นเป็นจุดที่พีคสุดๆของน้าแก ยอดขายถล่มถลายเกิน 10 ล้านก็อปปี้ (และคาดว่าจะไม่มีวันได้อีกแล้ว) หลังจากนั้นอัลบั้มอื่นๆ ถึงแม้ยอดขายจะไม่หวือหวามากนัก แต่มีมากกว่ายุค 90 มากอยู่

 

ซึ่งเพลงที่จขบ. จะหยิบแปลในวันนี้ (Come Into My World) เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม Fever นั่นแหละครับ ถึงแม้ความดังจะสู้เพลง Can’t Get You Out Of My Head ไม่ได้ แต่เป็นเพลงที่ทำให้น้าไคลี่แกได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาเพลงแดนซ์ยอดเยี่ยมไปครอง ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวทีน้าแกได้รับรางวัลแกรมมี่ และที่สำคัญ ที่ทำให้คนพูดถึงเพลงนี้ได้จนถึงทุกวันนี้ไม่แพ้กับ Can’t Get You Out Of My Head เลย ก็คงจะเป็นเอ็มวี ซึ่งต้องขอซูฮก คารวะคนคิดไอเดีย และคนทำเอ็มวีนี้ขึ้นมา จขบ.ยกให้เป็นเอ็มวีในตำนานเลย เป็นอย่างไรต้องดูเอาเองครับ อธิบายเดี๋ยวยาวไม่เ้ข้าใจ 5555

 

 

เนื้อเพลงก็ประมาณว่า ฉันชวนเธอให้เข้ามาอยู่ในโลกของฉันนะ ก็เพราะว่าฉันต้องการเธอมากมาย กว่าทศกัณฐ์ต้องการนางสีดาเสียอีก

 

 

Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Take these arms that were made for lovin’
ใช้แขนเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรัก
And this heart that will beat for two
และหัวใจดวงนี้ที่จะเต้นสำหรับเราสองคน (หัวใจเดียวกัน เรียกยังไง จขบ.อธิบายไม่ถูก 555)
Take these eyes that were meant for watching over you~
ใช้ดวงตาคู่นี้ ที่มุ่งไว้ว่าจะคอยดูแลเธอ
And I’ve been such a long time waiting
และฉันรอมาเป็นเวลานานแล้ว
For someone I can call my own
รอใครบางคน ที่ฉันเรียกได้ว่าเป็นของฉัน (ไอ้ที่ถูกเรียกว่าเป็นของฉันคือ ใครบางคนนั่นแหละครับ)
I’ve been chasing the life I’m dreaming
ฉันนั้นได้แต่ไล่ตามชีวิตที่ฉันกำลังใฝ่ฝันอยู่
Now I’m home~~
ตอนนี้ฉันอยู่บ้านแล้ว

Ah~~
อาาาา
I need your love
ฉันต้องการรักของเธอ
Like night needs morning
เช่นดังกลางคืนต้องการยามเช้า

So won’t you come~
แล้วเธอจะไม่เข้า
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

So baby~
แล้วที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา
Na na na na na na
นา นา นา นา นา นา

Take these lips that were made for kissing
ใช้ริมฝีปากทั้งสองฝั่ง (บน และล่าง เข้าใจนะครับ 555) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจูบ
And this heart that will see you through
และหัวใจดวงนี้ที่จะเห็นเธอแบบทะลุปรุโปร่ง
And these hands that were made to touch and
และมือคู่นี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สัมผัส และรู้สึกถึงเธอ
feel you
รู้สึกถึงเธอ

So free your love
ฉะนั้นปลดปล่อยรักของเธอ
Hear me, I’m calling
ฟังฉัน ฉันกำลังเรียก (เธอ)

Oh won’t you
โอ้ เธอจะไม่
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Oh baby~
โอ้ที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

Ah~~
อาาาา
I need your love
ฉันต้องการรักของเธอ
Like night needs morning
เช่นดังกลางคืนต้องการยามเช้า

So won’t you come~
แล้วเธอจะไม่เข้า
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

So baby~
แล้วที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

8th week : รวมฮิตเพลง 2000s (2000 – 2005)

กลับมาต่อแล้วสำหรับรวมฮิตเพลงสากล ที่ทุกเพลงที่จขบ.ได้นำมาลงนั้นล้วนแต่ขึ้นที่ 1 ในบิลบอร์ดทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเพลงไหนไม่ดังจริง มาถีบยอดหน้าจขบ.ได้เลย 555

 

ช่วงยุค 2000 นั้น คงเป็นช่วงที่เพลงสากลกำลังเติบโตด้วยบอยแบนด์วงใหม่ๆ และเป็นยุคที่คนไทยชอบเพลงสากลมากที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นจขบ.จะพยายามเลือกเพลงเด็ดๆมาเลยละกัน :P

 

 

I Knew I Loved You – Savage Garden (2000)

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่รู้จัก The Day You Went Away จะไม่รู้จักเพลงนี้ ถ้าไม่รู้จักต้องกลับไปพิจารณาใหม่นะว่าตัวเองเป็นขาเพลงสากลจริงๆหรือเปล่า (แรง..) เพราะสองเพลงนี้ในช่วงนั้นถือว่าดังมากๆในประเทศไทย

ซิงเกิ้ลนี้ถือว่าห่างจากซิงเกิ้ลแรกที่ทะลุที่ 1 บิลบอร์ดอย่าง Truly Madly Deeply ไปถึง 3 ปี แต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆนั้นลดน้อยลงแต่เพียงใด แต่กลับมากเพิ่มขึ้นมหาศาล ด้วยน้ำเสียงอันเซ็กซี่ไม่เคยเปลี่ยนของนัักร้องนำ อีกทั้งยังสุดแสนจะเพราะ + เนื้อเพลงที่จะสุดแสนพิสดาร บรรยายถึงความรัก ที่เรารักคนที่เรายังไม่พบเจอกันมาก่อน (เว่อร์ไปมั้ย อันนี้ไม่รู้ บางคนอาจจะมีซิกส์เซนส์ก็เป็นได้…) ทำให้เพลงนี้อยู่ชาร์ตในอันดับถึง 4 สัปดาห์

 

 

Independent Woman Part I – Destiny’s Child (2000)

 

 

มากันต่อในปีเดียวกัน สาวๆแห่งวง Destiny’s Child ที่เริ่มโด่งดังในยุค 90 ปลายๆ กลับมาคราวนี้ในยุค 2000 ก็ปล่อยซิงเกิ้ลมาขโมยที่ 1 บิลบอร์ดซะเลย ตัวเพลงเป็นอาร์แอนด์บีตามยุคตามสมัย (แต่อีกไม่กี่ปีจากนั้นก็หมดยุคแล้ว) ก็ไม่มีอะไรเด่นมาก เว้นแต่เนื้อเพลงที่โดนใจสาวแกร่งทุกๆคน + อิทธิพลจากหนังชาร์ลี แองเจิ้ล ทำให้เพลงนี้ครองที่ 1 ถึง 11 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

 

Lady Marmalade – Christina Aguilera, Lil’ Kim, Mya, Pink (2001)

 

 

ข้ามมาอีกปีกันบ้าง ที่จริงแล้วเพลงนี้ไม่ใช่ต้นฉบับนะครับ ต้นฉบับต้องย้อนไปปี 1974 แต่อย่าได้ดูถูกต้นฉบับเลยทีเดียว เคยเหยียบที่ 1 บิลบอร์ดมาแล้วครับ แต่ดูท่าทางเวอร์ชั่นนี้จะมาแรงกว่าทุกเวอร์ชั่นเท่าที่เคยบันทึกมา

เพลงนี้ถือว่าเป็นการรวมกลุ่มนักร้องดังแห่งยุคเลยก็ว่าได้ ซึ่งชื่อนักร้องอยู่ด้านบนแล้ว ถ้าจะให้ไล่เดี๋ยวยาวอีก 555  ถือว่าเป็นการรวมกลุ่มเฉพาะกิจที่ยิ่งใหญ่ และเพอร์เฟคนับทศวรรษเลยก็ว่าได้  ด้วยตัวนักร้องอันโด่งดังและคับคั่ง + เสียงนักร้องที่ร้องได้ใจ แถมยังแข่งกันมันส์อีก + เนื้อเพลงที่ส่อเรื่องเพศแบบสุดๆ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย 555 น่าจะเกี่ยวนะ) + อิทธิพลจากหนังเรื่อง Moulin Rouge! ทำให้เพลงนี้ทะยานที่ 1 ไปถึง 5 สัปดาห์

 

 

Fallin’ – Alicia Keys (2001)

 

 

มากันที่เพลงที่ขึ้นชาร์ตที่ 1  1 เดือนก่อนเหตุการณ์ 11 กันยายน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนทั้งโลก (โดยเฉพาะคนอเมริกา) จะไม่เคยลืม  เพลงๆนี้ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลแรกของนักร้องที่เพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักนั่นก็คือ อลิเซีย คียส์ ถึงแม้จะเป็นซิงเกิ้ลแรกในชีวิต แต่ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ อย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหน ทั้งคว้าที่ 1 บิลบอร์ดถึง 6 สัปดาห์ แถมเพลงนี้ยังทำให้เธอได้รางวัลแกรมมี่ถึง 3 รางวัลอีก

ด้วยเนื้อเพลงที่โดนใจหลายๆคน แต่ยังแฝงไปด้วยความบาดลึกของตัวเนื้อเพลง และเสียงร้องอันบาดลึก ฟังกี่ทีก็ขนลุก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แหกปากใช้พลังเสียงร้องเยอะๆก็ตาม (พิมพ์ไปฟังไปก็ขนลุกเหมือนกันนะเนี่ย 555) จึงทำให้เพลงนี้ไม่น่าแปลกที่จะประสบความสำเร็จล้นหลามขนาดนี้

 

 

Foolish – Ashanti (2002)

 

http://www.youtube.com/watch?v=gUPrnu3BEU8

 

ข้ามมาอีกปี 2002 ไม่มีเพลงอะไรน่าสนใจเท่าเพลงนี้อีกแล้ว ถือว่าถ้านึกถึง Ashanti ก็ต้องนึกถึงเพลงนี้เลย ตัวเพลงอาร์แอนด์บี ฟังสบายด้วยเสียงเปียโน และด้วยเสียงอันน่าฟังของแอชฮันติ แต่เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความเศร้านะครับ 555 เพลงนี้โฉบที่ 1 ไปสบายๆ ถึง 10 สัปดาห์

 

 

Dilemma – Nelly Featuring Kelly Rowland (2002)

 

 

เพลงนี้เป็นเพลงร้องคู่แห่งทศวรรษเลยก็ว่าได้ ใครที่ยังเกิดทันในยุคนั้นน้อยคนจะไม่เคยฟัง เพราะในยุคดังนั้นมากๆ แต่ก็ส่อถึงสัญญาณอันตรายของวง Destiny’s Child ว่าเริ่มถึงยุคมืดของพวกเธอแล้ว เนื่องจากเพลงนี้ได้ Kelly ซึ่งเป็นสมาชิคในวง ออกมาร่วมฟีทเจอริ่ง ซึ่งหลังจากนั้นอีกปี Beyonce ก็แยกมาโซโลเดี่ยว ก่อนในปี 2005 ที่จะเป็นอัลบั้มสุดท้ายของวงที่ออกมา  ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย 555 สรุปว่าเพลงเพราะ โดนใจคนส่วนมาก เลยคว้าที่ 1 ไปถึง 10 สัปดาห์ต่อจากเพลง Hot In There ของเจ้าตัว เท่าๆกับอดีตแฟนเก่าของเนลลี่พอดีเลย (คนข้างบนแหละ 555) อะไรจะบังเอิญประมาณนั้น (ไม่ได้ตั้งใจมาจับวางใกล้ๆจริงๆนะ เพิ่งนึกได้ว่าเคยเป็นแฟนกัน) สริรวมคนเดียวควบไปถึง 17 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

 

In Da Club – 50 Cent (2003)

 

 

มาต่อกันที่ปี 2003 ผลงานอินดาคลับ (อินเดอะคลับ) ของ 50 เซนท์ ได้โปรดิวเซอร์มือดี Dr.Dre จึงทำให้เพลงนี้ถูกใจขาโจ๋ ขาฮิป คว้าทั้งแกรมมี่ ทั้งบิลบอร์ด แถมยังอยู่ใน 1 ใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลที่จัดโดยนิตยสารโรลลิ่งสโตนอีกด้วย มันส์ได้ใจอย่างนี้ก็ต้องติดที่ 1 เดือน

 

 

Crazy In Love –  Beyoncé Featuring Jay-Z  (2003)

 

 

หลบหน่อยเจ้าแม่ (อาร์แอนด์บี) มา เพลงนี้แหละครับเป็นตัวที่ส่อให้เห็นสัญญาณอันตรายของวงอย่างที่กล่าวไว้แล้ว แต่ใครจะฉุดบียอนเซ่ได้ไงล่ะ คนกำลังดัง 555 เพลงนี้ได้แร็ปเปอร์มือดีอย่าง เจย์-ซี มาฟีทเจอริ่งด้วย (ไม่ใช่ฟีทเจอริ่งแบบนั้นนะ รู้ว่าพวกเขาบอกฟีทเจอริ่งแบบนั้นกันแล้ว แต่ในที่นี้หมายถึงร่วมร้องเพลงด้วย 555) ซึ่งตอนที่ซิงเกิ้ลออกมา ใครจะไปรู้ว่าสองคนจะแต่งงานกันได้ ช่างไม่เข้ากันเลย 555

ไม่ต้องกล่าวถึงลีลาของเธอเลย หลายๆคนคงทราบอยู่ว่าถึงพริกถึงขิงขนาดไหน แถมด้วยเป็นซิงเกิ้ลชูตราบียอนเซ๋ ที่เคยโด่งดังในนาม Destiny’s Child แถมพาผัว (ในอนาคต ณ ขณะนั้น) ที่มีภูมิความดังมาก่อนหน้าแล้วเช่นกัน มาร่วมร้อง จึงทำให้เพลงนี้จะเอาที่ 1 มากอดอย่างไม่แน่แปลกถึง 8 สัปดาห์ ต่อจากนั้นไม่นานยังเอา Baby Boy ไปกอดอีก 9 สัปดาห์อย่างชิลล์ๆ

 

 

My Boo – Usher & Alicia Keys (2004)

 

 

มากันต่อกับเพลงที่ร้องโดยเจ้าพ่อชาร์ตบิลบอร์ดแห่งยุค 2000 (เป็นผู้ชายที่ขึ้นที่ 1 ชาร์ตบิลบอร์ดมากครั้งที่สุดในยุคนั้น) และสาวเสียงดี ที่ร้องเพลง Fallin’ (คงไม่ลืมนะ 555) ถ้าลืมน่าดูเลย  มาคราวนี้ก็ต้องอาร์แอนด์บีเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ด้วยตัวนักร้องที่เป็นแม่เหล็ก พ่อเหล็ก + เป็นการร้องดูโอที่แสนจะเพราะ ฟังสบาย โดยใจประชาชน เลยเอาที่ 1 ไป 6 สัปดาห์

 

 

Drop It Like It’s Hot – Snoop Dogg Featuring Pharrel Williams (2004)

 

 

มาคั่นด้วยเพลงฮิปฮอปมันส์ๆเพลงสุดท้ายแล้ว เพลงนี้หลายคนอาจจะคุ้นๆ หรืออาจจะไม่รู้ชื่อเพลง เลยทึกทักเอาเองว่าชื่อเพลง “กระดกลิ้น” 555 เพราะว่าตัวดนตรีมีเสียงกระดกลิ้นด้วย เพลงนี้มีนักร้องฮิปฮอปรุ่นเก๋าอย่างลุงหมา (ดูชื่อลุงแกก็จะรู้เอง 555)  เอาล่ะด้วยความมันส์ของการแร็ป + ดนตรีและเอ็มวีที่นำสมัยอยู่พอตัว ทำให้ได้ที่ 1 3 สัปดาห์ไปอย่างไม่อยากเย็น

 

 

Hollaback Girl – Gwen Stefani (2005)

 

 

มาต่อกันที่ปีสุดท้าย และเพลงมันส์ๆเพลงสุดท้ายกันแล้ว เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงนึงที่รื้อฟื้นความทรงจำสมัยเด็กของจขบ.ได้ดีเลย หลายๆคนก็เช่นกัน ด้วยความที่เนื้อร้องสุดแสนจะจำง่าย แถมยังสอนภาษาอีก (สะกดคำว่ากล้วย 555) และด้วยจังหวะกลองที่มันส์สุดติ่ง และเนื้อเพลงถูกใจหลายคน + ทุนเดิมของน้าเกว็นที่เคยเป็นนักร้องนำวงมาก่อน ทำให้เพลงนี้ได้ที่ 1 ไปถึง 1 เดือนเต็มๆ

เพลงนี้จขบ.เคยแปลแล้วนะครับ (สมัยนั้นยังเรียบเรียงการแปลไม่ค่อยดีเลย ขี้เกียจแก้แล้ว 555)

 

https://superrush.wordpress.com/2011/08/31/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-hollaback-girl-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A7/

 

 

We Belong Together – Mariah Carey (2005)

 

 

มาถึงเพลงสุดท้ายกันแล้ว *-* เพลงนี้เป็นเพลงเดียวในยุคนั้น ที่เธอสามารถเอาที่ 1 มาครองได้ (ล่าสุดก็ช่วง 90 อะครับ ขึ้นที่ 1 บ่อยเหลือเกิน) เพลงนี้เป็นเพลงอาร์แอนด์บีที่เพราะมากๆ เนื้อเพลงก็ตราตรึงใจ พระเอกก็หล๊อหล่อ (เวนท์เวิร์ด มิลเลอร์ หลายคนอาจจะรู้จักในซีซั่นสุดดังอย่างพริซั่น เบรค หรือไม่ก็หนังชือ่ดังอย่างเรสซิเดนท์อีวิลล์ 4) ซึ่งในช่วงนั้นพริซั่นเบรคกำลังออกซีซั่นแรกพอดี ก็ไม่ต้องบอกนะว่ามันส์ และดังขนาดไหน เพลงก็ฟังออกจะไฮซงไฮโซ แถมยังมาตามแบบฉบับของมารายห์ และเพลงยุค 90 ที่แหกปากตอนท้ายๆ อาจจะทำให้คนหลายคนหายคิดถึงกัน ด้วยประการฉะนี้ จึงทำให้เพลงนี้ขึ้นที่ 1 บิลบอร์ดไปอย่างยาวนานมากๆ (ตั้งแต่เพลงนี้ลงจากที่ 1 ก็ไม่มีเพลงใดขึ้นชาร์ตได้นานเท่านี้เลย) ถึง 14 สัปดาห์กันเลยทีเดียว