แปลเพลง : Anywhere is (Enya)


สวัสดีชาวบล็อคทุกๆคน วันนี้ก็ขอจะบ่นเรื่องเดิม คือ กว่าจะเจอเพลงที่ถูกใจ + ไม่เคยมีใครเขาแปลเลยมันช่างยากเย็นเสียจริงๆ 555

 

ป้าเอนย่ามีชื่อเต็มๆว่า Eithne Patricia Ní Bhraonáin (เอนยา พาทริเชีย นี วรีไนน์) ภูมิถิ่นเธออยู่ที่ไอร์แลนด์ ซึ่งก็มีคนเรียกเธอในฉายา “เจ้าแม่เพลงนิวเอจ” หลายคนเช่นกัน เนื่องจากคนร้องเพลงนิวเอจมีกี่คนกันล่ะ – – และก็ไม่มีใครประสบความสำเร็จเท่าเธออีกแล้ว เพลงที่ดังๆก็มี Only Time แค่เพลงเดียวแหละครับ (หลายคนที่ไม่ใช่ขาเพลงฝรั่ง และขาเพลงแนวนี้คงจะไม่รู้จักเพลงอื่นแล้วแหละ) แต่อีกเพลงที่ถือว่าประสบความสำเร็จจริงๆก็ต้องเพลง Orinoco Flow ที่สามารถครองแชมป์ UK Chart ได้   ซึ่งเพลงที่จะนำมาแปลอยู่ในอัลบั้ม The Memory of Trees ซึ่งออกวางขายในปี 1995 (เก่าอีกแล้ว)

 

 

เพลงนี้มีเนื้อหาเหมือนกับชีวิตของเราเลยแหละ เพียงแต่เปรียบเหมือนเดินทางไปที่ที่เราไม่รู้จัก และไม่รู้จะเลือกทางไหนไปต่อดี ก็เหมือนกับเราไม่รู้อนาคตข้างหน้าของเราจะเป็นอย่างไร แล้วเราจะเลือกทางไหนดีประมาณนี้ และเพลงนี้มีเนื้อหากับคนที่จากไปด้วยอย่างในท่อนคอรัส ที่โดยรวมหมายถึงยังไงซะเราก็อยู่ด้วยกันไปนิรันดร์ไม่ได้หรอก

 

I walk the maze of moments
But everywhere I turn to begins a new beginning
But never finds a finish
I walk to the horizon
And there I find another
It all seems so surprising
And then I find that I know

ฉันกำลังเดินหลงอยู่ในเขาวงกตแห่งห้วงเวลา

และทุกที่ๆที่ฉันหันกลับไปเริ่มต้น กลับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ทั้งนั้น

แถมยังไม่เจอทางออกสักทีนึง

ฉันก็เดินไปยังเส้นขอบฟ้า

และที่นั่นฉันก็ได้เจอทางออก

ฉันก็รู้สึกแปลกใจกับมันมากๆ

เพราะว่าฉันได้เจอสิ่งที่ฉันรู้

 

You go there you’re gone forever
I go there I’ll lose my way
If we stay here we’re not together
Anywhere Is

ถ้าเธอไปที่นั่น เธอจากไปนิรันดร์กาล

แต่ถ้าฉันไปที่นั่น ฉันก็จะหลงทาง

และถ้าเรายังอยู่ที่นี่ เราก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม

 

The moon upon the ocean
Is swept around in motion
But without ever knowing
The reason for its flowing
In motion on the ocean
The moon still keeps on moving
The waves still keep on waving
And I still keep on going

ดวงจันทร์ลอยอยู่เหนือมหาสมุทร (upon มีความหมายเหมือนกับ on ครับ)

แสงของดวงจันทร์ได้สว่างไปทั่วมหาสมุทร

แต่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อนเลยว่า

เหตุผลที่มันเป็นเช่นนี้เพราะ

คลื่นในมหาสมุทรต่างหากล่ะ

แต่ยังไงซะดวงจันทร์ก็ยังเคลื่อนไหวต่อไป

คลื่นก็ยังซัดหาเข้าชายฝั่งเหมือนเดิม

และฉันก็ยังจะเดินต่อไป…

 

You go there you’re gone forever
I go there I’ll lose my way
If we stay here we’re not together
Anywhere Is

 

I wonder if the stars sign
the life that is to be mine
And would they let their light shine
Enough for me to follow
I look up to the heavens
But night has clouded over
No spark of constellation
No Vela no Orion

ฉันสงสัยว่าถ้าเกิดดวงดาราได้ปรากฎขึ้นมา

ชีวิตก็จะได้เป็นของฉัน

และถ้าเกิดพวกเขาอยากให้ดวงดาวนั้นยังคงส่องแสงประกายอยู่

พอที่จะให้ฉันเดินตามมันไปได้

ฉันก็จะมองขึ้นไปบนสรวงสวรรค์

แต่ว้าท้องฟ้งมันเต็มไปด้วยเมฆบัง

ไม่เห็นแสงของหมู่ดาวต่างๆเลย

ไม่เห็นแม้กระทั่งกลุ่มดาวใบเรือ และกลุ่มดาวนายพรานเลย

 

The shells upon the warm sands
Have taken from their own lands
The echo Of Their Story
But All I hear are low sounds
As pillow words are weaving
And willow waves are leaving
But should I be believing
That I am only dreaming

หมู่หอยอยู่บนผืนทราย

มันได้จองพื้นที่ของมันไว้หมดเลย

เสียงสะท้อนของเรื่องราวของพวกมัน

ฉันได้ยินไม่ค่อยจะชัดเลย

เหมือนหมอนที่คำนั้นกำลังทักทอร้อยเรียงต่อกันอยู่

และเหมือนคลื่นของต้นวิลโลว์ที่กำลังจากไป (จขบ.ไม่แนะนำให้จินตนาการตามประโยค 2 ประโยคหลังโดยเด็ดขาด เพราะคนที่แปลก็จินตนาการตามไม่ออกจริงๆว่ามันจะเป็นเช่นไร 555)

แต่ฉันควรจะเชื่อมันต่อไปมั้ยเนี่ย

เพราะว่าฉันนั้นแค่เพียงฝันไป

 

You go there you’re gone forever
I go there I’ll lose my way
If we stay here we’re not together
Anywhere Is

 

To leave the thread of all time
And let it make a dark line
In hopes That I can Still Find
The way back to the moment
I took the turn and turned to
Begin a new beginning
Still looking for the answer
I cannot find the finish
It’s either this or that way
It’s one way or the other
It should be one direction
It could be on reflection
The turn I have just taken
The turn that I was making
I might be just beginning
I might be near the end

ฉันจะทิ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

และปล่อยให้มันว่างเปล่า

ในความหวังว่าว่าฉันจะค้นพบ

ทางที่จะย้อนห้วงเวลากลับไป

ฉันนั้นได้เลี้ยวไป เลี้ยวมา (ในเขาวงกตแห่งห่วงเวลา)

มันก็เริ่มต้นที่จุดเริ่มต้นใหม่ทุกที

แต่ฉันก็ยังจะตามหาคำตอบต่อไป

แม้ว่าฉันยังไม่เจอทางออกเสียที

มันไม่ทางนั้น ก็ทางนี้สิ

มันอาจจะเป็นทางเดียวกัน หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ไ้ด้

มันอาจจะพาฉันไปที่เดียวกันก็ได้

หรือว่ามันอาจจะเป็นภาพสะท้อน

ตา (มีความหมายคล้ายๆกับเลี้ยวแหละ) ที่ฉันได้เลือกแล้ว

ตาที่ฉันได้เลือกไปแล้ว (ความหมายพอๆกับประโยคข้างบนแหละครับ)

แม้ว่าฉันอาจจะต้องเริ่มต้นใหม่

แต่ฉันก็อาจจะใกล้จุดจบ(ทางออก)เช่นกัน

 

ปล.เพลงนี้ดูเหมือนจะแปลง่ายๆ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย เพลงนี้ยังดีได้มีเพื่อนมือดีมาช่วย แต่ไม่วายดันนั่งแปลยังตี 4 จนได้ ไปๆมาๆอาจจะยากกว่า London Bridge ซะด้วยซ้ำไป 555

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s