แปลเพลง : Du Hast (Rammstein) German Lyrics [Deutsch]

สวัสดีครับ หลังจากเมื่อวันสองวันที่แล้วบล็อคของผมมีวิวสูงมากกว่า 1 แสนวิวแล้ว ซึ่งไม่เคยนึกว่าจะได้มากถึงขนาดนี้ จากบล็อคที่เอาไว้แค่ทำงานส่งอ. ณ ตอนนี้กลายเป็นบล็อคที่วิวที่สูงที่สุดในบรรดาบล็อคของนร.ที่โดนอ.สั่งให้ทำแล้วครับ 555 วันนี้ก็เลยมาฉลองมาแปลเพลงเยอรมันสักหน่อย

 

ทราบไว้ก่อนเลยนะกันนะครับว่าผมไม่ได้ “แปลมั่ว” หรือใช้กูเกิ้ลแปลแต่อย่างไร ใช้ความรู้ที่ตัวเองเรียนเยอรมันมาไม่กี่สัปดาห์มาใช้ แต่ยอมรับว่าช่วงท่อนสร้อยนำเนื้อร้่องภาษาอังกฤษ (จากตัวค่าย) มาแปล เท่าที่ดูรูปศัพท์ + ประโยคแล้ว เหมือนกันเลยทีเดียว รับรองว่าแปลไม่ผิดแน่นอนครับ แปลง่ายกว่าเพลงฝรั่งบางเพลงอีก 555

 

เท้าควาเมพลงนี้หน่อย เพลงนี้ปล่อยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว และเพลงนำเอาไปประกอบหนังเรื่องเดอะเมทริกซ์ด้วย จึงทำให้เพลงนี้มีทั้งเวอร์ั่นเยอรมัน และอังกฤษ ด้วยความมันส์ของเพลง และเนื้อเพลงทำออกมาหลายเวอร์ชั่น +อิทธิพลของหนัง ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ขึ้นชาร์ตเพลงร็อคสูงที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเพลงเยอรมันเลยทีเดียว

 

 

 

 

เนื้อเพลงเกี่ยวกับ “เธอถามฉันว่า “เธอจะรักฉันจนกว่าตายหรือมั้ย” แต่ฉันก็ไม่ตอบ แต่วันนี้ฉันจะตอบเลยว่า “ไม่”” ช่วงท่อนสร้อยตรงนี้เป็นประโยคสัญญาในพิธีแต่งงานของเยอรมันน่ะครับ ก็คล้ายๆของไทยละครับ “คุณจะรักผู้หญิงคนนี้จนกว่าความตายจะพลัดพรากจากกันหรือไม่”

 

 

Du
เธอ
Du hast
เธอถาม (hast ไม่ใช่แปลว่าถามนะครับ มีความหมายเท่ากับ have แต่ถ้าให้เป็นเธอมี หรือเธอเฉยๆมันก็ไม่เข้ากับเนื้อเพลงอะครับ)
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน

Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du hast mich gefragt
เธอถามคำถามฉัน
Du hast mich gefragt
เธอถามคำถามฉัน
Du hast mich gefragt, und ich hab nicht gesagt!
เธอถามคำถามฉัน และฉันก็ไม่ได้ตอบมัน

Willst Du, bis der Tod euch scheide,
คุณจะซื่อสัตย์กับเธอตลอดไป
treu ihr sein fuer alle Tage?
จนกว่าความตายจะพรากจากกันไปหรือไม่ (ที่จริงแล้วคำแปลต้องอยู่สลับประโยคกันนะครับ แต่ถ้าเกิดให้แปลตรงลำดับละก็ ผมวางมันไม่ถูก วางแล้วจะงงๆครับ)
(Jaaaa)
ช่ายย… (วิบัติเพื่อเสียงนะครับ)
Nein!
ไม่!
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!

Willst Du, bis der Tod euch scheide,
คุณจะซื่อสัตย์กับเธอตลอดไป
treu ihr sein fuer alle Tage?
จนกว่าความตายจะพรากจากกันไปหรือไม่
Nein!
ไม่!
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!

Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du
เธอ
Du hast
เธอถาม
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du hast mich
เธอถามฉัน
Du hast mich gefragt
เธอถามคำถามฉัน
Du hast mich gefragt
เธอถามคำถามฉัน
Du hast mich gefragt, und ich hab nicht gesagt!
เธอถามคำถามฉัน และฉันก็ไม่ได้ตอบมัน

Willst Du, bis der Tod euch scheide,
คุณจะซื่อสัตย์กับเธอตลอดไป
treu ihr sein fuer alle Tage?
จนกว่าความตายจะพรากจากกันไปหรือไม่
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!

Willst Du, bis zum Tod der Scheide,
คุณจะรักเธอแม้ในวันที่เลวร้าย
sie lieben auch in schlechten Tagen?
จนกว่าความตายจะพลัดพรากไปหรือไม่ (ตรงนี้ก็สลับตำแหน่งเช่นเคยครับ)
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!

Willst Du, bis der Tod euch scheide,
คุณจะซื่อสัตย์กับเธอ
treu ihr sein…?
จนกว่าความตายจะพรากจากกันไปหรือไม่
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!
(Jaaaa)
ช่ายย…
Nein!
ไม่!

แปลเพลง : Bat Out of Hell (Meat Loaf)

สวัสดีครับ หลังจากที่หายไปนาน เพระาเรื่องเรียน โดยเฉพาะภาษาเยอรมันตัวดีเลยไม่ยอมกลับมาแปลเพลงใหม่สักที คราวก่อนก็ติดเพลงที่เพื่อนๆขอเอาไว้ มาคราวนี้เลยจัดเต็มกับเพลง Bat Out of Hell กันก่อนเลย บอกก่อนเลยว่าแปลค่อนข้างยาก (เำพราะเนื้อเพลงเหนือจินตนาการ) + เนื้อเพลงยาวมากพอสมควรเลยทีเดียว เลยใช้เวลาแปลเพลงค่อนข้างนาน

 

เกริ่นเล็กน้อยวง Meat Loaf มาจากอเมริกา ถึงแม้เพลงนี้จะทำได้แค่ชาร์ตเมืองผู้ดี แต่ปรากฎว่าอลับั้มที่มีเพลงนี้อยู่ (Bat Out of Hell) กลับกลายเป็นอัลบั้มที่ขายที่ดีที่สุดตลอดกาลในวงการเพลงโลกไปในอันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 43 ล้านก็อปปี้ ไม่เบาเลยทีเดียว

 

 

 

 

เพลงนี้เนื้อเพลงเกี่ยวกับความรักที่(ต้องการ)เวลา ประมาณว่า”ตอนเช้าฉันจะมาหาเธอไม่ได้ เพราะฉันจะตายถ้าฉันจะอยู่กับเธอ ฉันมาหาเธอได้แค่ตอนกลางคืนเท่านั้น”

 

 

The sirens are screaming and the fires are howling,
เสียงไซเร็นกำลังส่งเสียง และไฟก็กำลังเผาไหม้
way down in the valley tonight.
ทางลงที่หุบเขาคืนนี้
There’s a man in the shadows with a gun in his eye,
ได้มีชายในความมืด ซึ่งมีปืนในดวงตาของเขา
and a blade shining oh so bright.
และถือดาบที่ส่องแสงสว่างมาก
There’s evil in the air and there’s thunder in sky,
และมีทั้งปีศาจในอากาศ และสายฟ้าบนท้องฟ้า
and A killer’s on the bloodshot streets.
และนักฆ่าที่อยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยเลิอด
Oh and down in the tunnel where the deadly are rising,
โอ้.. และลงไปยังอุโมงค์ที่ความตายกำลังผุดขึ้น
Oh I swear I saw a young boy down in the gutter,
โอ้.. ฉันสาบานได้เลยว่า ฉันเห็นเด็กหนุ่มกำลังลงไปในท่อน้ำ
He was starting to foam in the heat.
และเขาก็กลายเป็นโฟมในท่ามกลางความร้อน

Oh baby you’re the only thing in this whole world,
โอ้ที่รัก เธอเป็นสิ่งเดียวในโลกใบนี้
that’s pure and good and right.
ที่บริสุทธิ์ แสนดี และซื่อตรง
And wherever you are and wherever you go,
และไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน
there’s always gonna be some light.
ที่นั่นจะต้องมีแสงสว่างตามไปตลอด
But I gotta get out,
แต่ฉันจะหลีกหนี
I gotta break it out now,
ฉันจะพังมันออกไปแล้ว
Before the final crack of dawn.
ก่อนที่รอยแตกของรุ่งอรุณจะมาถึง
So we gotta make the most of our one night together.
ฉะนั้นพวกเราจะต้องใช้ชีวิตในคืนนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด
When it’s over you know,
เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอก็จะรู้เอง
We’ll both be so alone.
ว่าเราสองคนจะต้องอยู่คนเดียว

Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว (Like a bat out of hell เป็นอีเดียมเน้อ..)
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
When the night is over
เมื่อค่ำคืนได้จบลง
Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone gone gone.
ฉันจะไป ไป ไป
Like a bat out of hell
อยากรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
But when the day is done and the sun goes down,
แต่เมื่อกลางวันได้จบลง และพระอาทิตย์ตก
and the moonlights shining through,
และเมื่อแสงจันทร์ส่องลงมา
Then like a sinner before the gates of heaven,
ฉันจะเหมือนคนบาป ก่อนที่ประตูแห่งสวรรค์เปิด
I’ll come crawling on back to you.
และเมื่อนั้นฉันจะคลานกลับมาหาเธอ

I’m gonna hit the highway like a battering ram,
ฉันจะซิ่งบนทางหลวง ยังกะเป็นไม้กระทุ้งกำแพง (นึกภาพเวลาไม้กระทุ้ง
ไปมันเร็วขนาดไหน)
on a silver black phantom bike.
บนมอเตอร์ไซค์สีเงินดำที่ลวงตา
When the metal is hot and the engine is hungry,
เมื่อตัวถังร้อน และตัวเครื่องกระหายความเร็ว
and we’re all about to see the light.
และพวกเราจะได้เห็นแสงสว่าง
Nothing ever grows in this rotting old hole.
แต่จะไม่มีสิ่งไหนที่จะเติบโตในหลุมเก่าเน่านี้
Everything is stunted and lost.
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่ง และสาบสูญไป
And nothing really rocks
และไม่มีสิ่งใดที่เป็นร็อคจริง
And nothing really rolls
และไม่มีสิ่งใดที่เป็นโรวจริง (2 ประโยคนี้น่าจะเป็นแนวเพลงร็อคแอนด์โรวนะครับ)
And nothing’s ever worth the cost.
และไม่มีสิ่งใดที่จะมาประเมินค่าได้
And I know that I’m damned if I never get out,
และฉันรู้ว่า ถ้าฉันไม่เคยที่จะหนีมัน ฉันก็ผิด
And maybe I’m damned if I do,
และถ้าฉันหนีมัน ฉันก็อาจจะผิดเช่นกัน (อีเดี๊ยมอีกแล้วครับ เข้าค่ายอีเดี๊ยม I’m damned if I do and damned if I don’t ความหมายเชิงเดียวกับหนีเสือปะจระเข้ครับ)
But with every other beat I’ve got left in my heart,
แต่ด้วยจังหวะที่เหลืออยู่ในใจของฉัน
You know I’d rather be damned with you.
เธอก็รู้ ว่าด้วยเหตุนี้ฉันควรอยู่กับเธอดีกว่าที่จะหนี (ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนผิดก็ตาม)
If I gotta be damned you know I wanna be damned,
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
If I gotta be damned you know I wanna be damned.
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
gotta be damned you know I wanna be damned.
เป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
If I gotta be damned you know I wanna be damned,
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ

Oh baby you’re the only thing in this whole world,
โอ้ที่รัก เธอเป็นสิ่งเดียวในโลกใบนี้
that’s pure and good and right.
ที่บริสุทธิ์ แสนดี และซื่อตรง
And wherever you are and wherever you go,
และไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน
there’s always gonna be some light.
ที่นั่นจะต้องมีแสงสว่างตามไปตลอด
But I gotta get out,
แต่ฉันจะหลีกหนี
I gotta break it out now,
ฉันจะพังมันออกไปแล้ว
Before the final crack of dawn.
ก่อนที่รอยแตกของรุ่งอรุณจะมาถึง
So we gotta make the most of our one night together.
ฉะนั้นพวกเราจะต้องใช้ชีวิตในคืนนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด
When it’s over you know,
เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอก็จะรู้เอง
We’ll both be so alone.
ว่าเราสองคนจะต้องอยู่คนเดียว

Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
When the night is over
เมื่อค่ำคืนได้จบลง
Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone gone gone.
ฉันจะไป ไป ไป
Like a bat out of hell
อยากรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
But when the day is done and the sun goes down,
แต่เมื่อกลางวันได้จบลง และพระอาทิตย์ตก
and the moonlights shining through,
และเมื่อแสงจันทร์ส่องลงมา
Then like a sinner before the gates of heaven,
ฉันจะเหมือนคนบาป ก่อนที่ประตูแห่งสวรรค์เปิด
I’ll come crawling on back to you.
และเมื่อนั้นฉันจะคลานกลับมาหาเธอ

I can see myself tearing up the road,
ฉันรู้สึกตัวเองเลยว่าฉันกำลังซึ่งบนถนน (ราวกับฉันจะฉีกถนนให้ขาด)
Faster than any other boy has ever gone.
เร็วกว่าผู้ชายทุกคนที่เคยทำ
And my skin is raw but my soul is ripe.
แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเหน็บ แต่มันก็ทำให้จิตวิญญาณของฉันสุกงอม
No-one’s gonna stop me now,
ตอนนี้ไม่มีใครหยุดฉันได้
I gotta make my escape.
เพราะฉันจะต้องหาทางออกให้ได้
But I can’t stop thinking of you,
แต่อย่างไรก็ตามฉันก็เลิกคิดถึงเธอไม่ได้
and I never see the sudden curve until it’s way too late.
และฉันก็ไม่เคยเห็นเส้นโคงนั้นจนกว่าเส้นทางนี้มันทำให้ฉันไปสาย
I never see the sudden curve ’till it’s way too late.
และฉันก็ไม่เคยเห็นเส้นโคงนั้นจนกว่าเส้นทางนี้มันทำให้ฉันไปสาย

Then I’m dying at the bottom of a pit in the blazing sun.
แล้วฉันกำลังจะตายในหลุมไฟในพระอาทิตย์ที่กำลังลุกโพลน
Torn and twisted at the foot of a burning bike.
ฉีก และปั่นฉันด้วยล้อของมอเตอร์ไซค์ที่เต็มไปด้วยไฟ
And I think somebody somewhere must be tolling a bell.
และฉันคิดว่าใครบางคนจะต้องตีระฆังสักแห่งหนนึง
And the last thing I see is my heart,
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือหัวใจของฉัน
Still beating,
ที่กำลังเต้น
Breaking out of my body,
และออกมาจากตัวของฉัน
And flying away,
แล้วก็บินหนี
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว

Then I’m dying at the bottom of a pit in the blazing sun.
แล้วฉันกำลังจะตายในหลุมไฟในพระอาทิตย์ที่กำลังลุกโพลน
Torn and twisted at the foot of a burning bike.
ฉีก และปั่นฉันด้วยล้อของมอเตอร์ไซค์ที่เต็มไปด้วยไฟ
And I think somebody somewhere must be tolling a bell.
และฉันคิดว่าใครบางคนจะต้องตีระฆังสักแห่งหนนึง
And the last thing I see is my heart,
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือหัวใจของฉัน
Still beating,
ที่กำลังเต้น
Breaking out of my body,
และออกมาจากตัวของฉัน
And flying away,
แล้วก็บินหนี
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Oh like a bat out of hell!
โอ้… ไปอย่างรวดเร็ว
Oh like a bat out of hell!
โอ้… ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell!
ไปอย่างรวดเร็ว

8th week : รวมฮิตเพลง 2000s (2000 – 2005)

กลับมาต่อแล้วสำหรับรวมฮิตเพลงสากล ที่ทุกเพลงที่จขบ.ได้นำมาลงนั้นล้วนแต่ขึ้นที่ 1 ในบิลบอร์ดทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าเพลงไหนไม่ดังจริง มาถีบยอดหน้าจขบ.ได้เลย 555

 

ช่วงยุค 2000 นั้น คงเป็นช่วงที่เพลงสากลกำลังเติบโตด้วยบอยแบนด์วงใหม่ๆ และเป็นยุคที่คนไทยชอบเพลงสากลมากที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นจขบ.จะพยายามเลือกเพลงเด็ดๆมาเลยละกัน :P

 

 

I Knew I Loved You – Savage Garden (2000)

 

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่รู้จัก The Day You Went Away จะไม่รู้จักเพลงนี้ ถ้าไม่รู้จักต้องกลับไปพิจารณาใหม่นะว่าตัวเองเป็นขาเพลงสากลจริงๆหรือเปล่า (แรง..) เพราะสองเพลงนี้ในช่วงนั้นถือว่าดังมากๆในประเทศไทย

ซิงเกิ้ลนี้ถือว่าห่างจากซิงเกิ้ลแรกที่ทะลุที่ 1 บิลบอร์ดอย่าง Truly Madly Deeply ไปถึง 3 ปี แต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆนั้นลดน้อยลงแต่เพียงใด แต่กลับมากเพิ่มขึ้นมหาศาล ด้วยน้ำเสียงอันเซ็กซี่ไม่เคยเปลี่ยนของนัักร้องนำ อีกทั้งยังสุดแสนจะเพราะ + เนื้อเพลงที่จะสุดแสนพิสดาร บรรยายถึงความรัก ที่เรารักคนที่เรายังไม่พบเจอกันมาก่อน (เว่อร์ไปมั้ย อันนี้ไม่รู้ บางคนอาจจะมีซิกส์เซนส์ก็เป็นได้…) ทำให้เพลงนี้อยู่ชาร์ตในอันดับถึง 4 สัปดาห์

 

 

Independent Woman Part I – Destiny’s Child (2000)

 

 

มากันต่อในปีเดียวกัน สาวๆแห่งวง Destiny’s Child ที่เริ่มโด่งดังในยุค 90 ปลายๆ กลับมาคราวนี้ในยุค 2000 ก็ปล่อยซิงเกิ้ลมาขโมยที่ 1 บิลบอร์ดซะเลย ตัวเพลงเป็นอาร์แอนด์บีตามยุคตามสมัย (แต่อีกไม่กี่ปีจากนั้นก็หมดยุคแล้ว) ก็ไม่มีอะไรเด่นมาก เว้นแต่เนื้อเพลงที่โดนใจสาวแกร่งทุกๆคน + อิทธิพลจากหนังชาร์ลี แองเจิ้ล ทำให้เพลงนี้ครองที่ 1 ถึง 11 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

 

Lady Marmalade – Christina Aguilera, Lil’ Kim, Mya, Pink (2001)

 

 

ข้ามมาอีกปีกันบ้าง ที่จริงแล้วเพลงนี้ไม่ใช่ต้นฉบับนะครับ ต้นฉบับต้องย้อนไปปี 1974 แต่อย่าได้ดูถูกต้นฉบับเลยทีเดียว เคยเหยียบที่ 1 บิลบอร์ดมาแล้วครับ แต่ดูท่าทางเวอร์ชั่นนี้จะมาแรงกว่าทุกเวอร์ชั่นเท่าที่เคยบันทึกมา

เพลงนี้ถือว่าเป็นการรวมกลุ่มนักร้องดังแห่งยุคเลยก็ว่าได้ ซึ่งชื่อนักร้องอยู่ด้านบนแล้ว ถ้าจะให้ไล่เดี๋ยวยาวอีก 555  ถือว่าเป็นการรวมกลุ่มเฉพาะกิจที่ยิ่งใหญ่ และเพอร์เฟคนับทศวรรษเลยก็ว่าได้  ด้วยตัวนักร้องอันโด่งดังและคับคั่ง + เสียงนักร้องที่ร้องได้ใจ แถมยังแข่งกันมันส์อีก + เนื้อเพลงที่ส่อเรื่องเพศแบบสุดๆ (เกี่ยวมั้ยเนี่ย 555 น่าจะเกี่ยวนะ) + อิทธิพลจากหนังเรื่อง Moulin Rouge! ทำให้เพลงนี้ทะยานที่ 1 ไปถึง 5 สัปดาห์

 

 

Fallin’ – Alicia Keys (2001)

 

 

มากันที่เพลงที่ขึ้นชาร์ตที่ 1  1 เดือนก่อนเหตุการณ์ 11 กันยายน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนทั้งโลก (โดยเฉพาะคนอเมริกา) จะไม่เคยลืม  เพลงๆนี้ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลแรกของนักร้องที่เพื่อนๆหลายคนน่าจะรู้จักนั่นก็คือ อลิเซีย คียส์ ถึงแม้จะเป็นซิงเกิ้ลแรกในชีวิต แต่ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆ อย่างที่ไม่เคยเจอที่ไหน ทั้งคว้าที่ 1 บิลบอร์ดถึง 6 สัปดาห์ แถมเพลงนี้ยังทำให้เธอได้รางวัลแกรมมี่ถึง 3 รางวัลอีก

ด้วยเนื้อเพลงที่โดนใจหลายๆคน แต่ยังแฝงไปด้วยความบาดลึกของตัวเนื้อเพลง และเสียงร้องอันบาดลึก ฟังกี่ทีก็ขนลุก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้แหกปากใช้พลังเสียงร้องเยอะๆก็ตาม (พิมพ์ไปฟังไปก็ขนลุกเหมือนกันนะเนี่ย 555) จึงทำให้เพลงนี้ไม่น่าแปลกที่จะประสบความสำเร็จล้นหลามขนาดนี้

 

 

Foolish – Ashanti (2002)

 

http://www.youtube.com/watch?v=gUPrnu3BEU8

 

ข้ามมาอีกปี 2002 ไม่มีเพลงอะไรน่าสนใจเท่าเพลงนี้อีกแล้ว ถือว่าถ้านึกถึง Ashanti ก็ต้องนึกถึงเพลงนี้เลย ตัวเพลงอาร์แอนด์บี ฟังสบายด้วยเสียงเปียโน และด้วยเสียงอันน่าฟังของแอชฮันติ แต่เนื้อเพลงเต็มไปด้วยความเศร้านะครับ 555 เพลงนี้โฉบที่ 1 ไปสบายๆ ถึง 10 สัปดาห์

 

 

Dilemma – Nelly Featuring Kelly Rowland (2002)

 

 

เพลงนี้เป็นเพลงร้องคู่แห่งทศวรรษเลยก็ว่าได้ ใครที่ยังเกิดทันในยุคนั้นน้อยคนจะไม่เคยฟัง เพราะในยุคดังนั้นมากๆ แต่ก็ส่อถึงสัญญาณอันตรายของวง Destiny’s Child ว่าเริ่มถึงยุคมืดของพวกเธอแล้ว เนื่องจากเพลงนี้ได้ Kelly ซึ่งเป็นสมาชิคในวง ออกมาร่วมฟีทเจอริ่ง ซึ่งหลังจากนั้นอีกปี Beyonce ก็แยกมาโซโลเดี่ยว ก่อนในปี 2005 ที่จะเป็นอัลบั้มสุดท้ายของวงที่ออกมา  ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย 555 สรุปว่าเพลงเพราะ โดนใจคนส่วนมาก เลยคว้าที่ 1 ไปถึง 10 สัปดาห์ต่อจากเพลง Hot In There ของเจ้าตัว เท่าๆกับอดีตแฟนเก่าของเนลลี่พอดีเลย (คนข้างบนแหละ 555) อะไรจะบังเอิญประมาณนั้น (ไม่ได้ตั้งใจมาจับวางใกล้ๆจริงๆนะ เพิ่งนึกได้ว่าเคยเป็นแฟนกัน) สริรวมคนเดียวควบไปถึง 17 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

 

In Da Club – 50 Cent (2003)

 

 

มาต่อกันที่ปี 2003 ผลงานอินดาคลับ (อินเดอะคลับ) ของ 50 เซนท์ ได้โปรดิวเซอร์มือดี Dr.Dre จึงทำให้เพลงนี้ถูกใจขาโจ๋ ขาฮิป คว้าทั้งแกรมมี่ ทั้งบิลบอร์ด แถมยังอยู่ใน 1 ใน 500 เพลงที่ดีที่สุดตลอดกาลที่จัดโดยนิตยสารโรลลิ่งสโตนอีกด้วย มันส์ได้ใจอย่างนี้ก็ต้องติดที่ 1 เดือน

 

 

Crazy In Love –  Beyoncé Featuring Jay-Z  (2003)

 

 

หลบหน่อยเจ้าแม่ (อาร์แอนด์บี) มา เพลงนี้แหละครับเป็นตัวที่ส่อให้เห็นสัญญาณอันตรายของวงอย่างที่กล่าวไว้แล้ว แต่ใครจะฉุดบียอนเซ่ได้ไงล่ะ คนกำลังดัง 555 เพลงนี้ได้แร็ปเปอร์มือดีอย่าง เจย์-ซี มาฟีทเจอริ่งด้วย (ไม่ใช่ฟีทเจอริ่งแบบนั้นนะ รู้ว่าพวกเขาบอกฟีทเจอริ่งแบบนั้นกันแล้ว แต่ในที่นี้หมายถึงร่วมร้องเพลงด้วย 555) ซึ่งตอนที่ซิงเกิ้ลออกมา ใครจะไปรู้ว่าสองคนจะแต่งงานกันได้ ช่างไม่เข้ากันเลย 555

ไม่ต้องกล่าวถึงลีลาของเธอเลย หลายๆคนคงทราบอยู่ว่าถึงพริกถึงขิงขนาดไหน แถมด้วยเป็นซิงเกิ้ลชูตราบียอนเซ๋ ที่เคยโด่งดังในนาม Destiny’s Child แถมพาผัว (ในอนาคต ณ ขณะนั้น) ที่มีภูมิความดังมาก่อนหน้าแล้วเช่นกัน มาร่วมร้อง จึงทำให้เพลงนี้จะเอาที่ 1 มากอดอย่างไม่แน่แปลกถึง 8 สัปดาห์ ต่อจากนั้นไม่นานยังเอา Baby Boy ไปกอดอีก 9 สัปดาห์อย่างชิลล์ๆ

 

 

My Boo – Usher & Alicia Keys (2004)

 

 

มากันต่อกับเพลงที่ร้องโดยเจ้าพ่อชาร์ตบิลบอร์ดแห่งยุค 2000 (เป็นผู้ชายที่ขึ้นที่ 1 ชาร์ตบิลบอร์ดมากครั้งที่สุดในยุคนั้น) และสาวเสียงดี ที่ร้องเพลง Fallin’ (คงไม่ลืมนะ 555) ถ้าลืมน่าดูเลย  มาคราวนี้ก็ต้องอาร์แอนด์บีเป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว แต่ด้วยตัวนักร้องที่เป็นแม่เหล็ก พ่อเหล็ก + เป็นการร้องดูโอที่แสนจะเพราะ ฟังสบาย โดยใจประชาชน เลยเอาที่ 1 ไป 6 สัปดาห์

 

 

Drop It Like It’s Hot – Snoop Dogg Featuring Pharrel Williams (2004)

 

 

มาคั่นด้วยเพลงฮิปฮอปมันส์ๆเพลงสุดท้ายแล้ว เพลงนี้หลายคนอาจจะคุ้นๆ หรืออาจจะไม่รู้ชื่อเพลง เลยทึกทักเอาเองว่าชื่อเพลง “กระดกลิ้น” 555 เพราะว่าตัวดนตรีมีเสียงกระดกลิ้นด้วย เพลงนี้มีนักร้องฮิปฮอปรุ่นเก๋าอย่างลุงหมา (ดูชื่อลุงแกก็จะรู้เอง 555)  เอาล่ะด้วยความมันส์ของการแร็ป + ดนตรีและเอ็มวีที่นำสมัยอยู่พอตัว ทำให้ได้ที่ 1 3 สัปดาห์ไปอย่างไม่อยากเย็น

 

 

Hollaback Girl – Gwen Stefani (2005)

 

 

มาต่อกันที่ปีสุดท้าย และเพลงมันส์ๆเพลงสุดท้ายกันแล้ว เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงนึงที่รื้อฟื้นความทรงจำสมัยเด็กของจขบ.ได้ดีเลย หลายๆคนก็เช่นกัน ด้วยความที่เนื้อร้องสุดแสนจะจำง่าย แถมยังสอนภาษาอีก (สะกดคำว่ากล้วย 555) และด้วยจังหวะกลองที่มันส์สุดติ่ง และเนื้อเพลงถูกใจหลายคน + ทุนเดิมของน้าเกว็นที่เคยเป็นนักร้องนำวงมาก่อน ทำให้เพลงนี้ได้ที่ 1 ไปถึง 1 เดือนเต็มๆ

เพลงนี้จขบ.เคยแปลแล้วนะครับ (สมัยนั้นยังเรียบเรียงการแปลไม่ค่อยดีเลย ขี้เกียจแก้แล้ว 555)

 

https://superrush.wordpress.com/2011/08/31/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%87-hollaback-girl-%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C-%E0%B9%80%E0%B8%A7/

 

 

We Belong Together – Mariah Carey (2005)

 

 

มาถึงเพลงสุดท้ายกันแล้ว *-* เพลงนี้เป็นเพลงเดียวในยุคนั้น ที่เธอสามารถเอาที่ 1 มาครองได้ (ล่าสุดก็ช่วง 90 อะครับ ขึ้นที่ 1 บ่อยเหลือเกิน) เพลงนี้เป็นเพลงอาร์แอนด์บีที่เพราะมากๆ เนื้อเพลงก็ตราตรึงใจ พระเอกก็หล๊อหล่อ (เวนท์เวิร์ด มิลเลอร์ หลายคนอาจจะรู้จักในซีซั่นสุดดังอย่างพริซั่น เบรค หรือไม่ก็หนังชือ่ดังอย่างเรสซิเดนท์อีวิลล์ 4) ซึ่งในช่วงนั้นพริซั่นเบรคกำลังออกซีซั่นแรกพอดี ก็ไม่ต้องบอกนะว่ามันส์ และดังขนาดไหน เพลงก็ฟังออกจะไฮซงไฮโซ แถมยังมาตามแบบฉบับของมารายห์ และเพลงยุค 90 ที่แหกปากตอนท้ายๆ อาจจะทำให้คนหลายคนหายคิดถึงกัน ด้วยประการฉะนี้ จึงทำให้เพลงนี้ขึ้นที่ 1 บิลบอร์ดไปอย่างยาวนานมากๆ (ตั้งแต่เพลงนี้ลงจากที่ 1 ก็ไม่มีเพลงใดขึ้นชาร์ตได้นานเท่านี้เลย) ถึง 14 สัปดาห์กันเลยทีเดียว