วิเคราะห์ & แปลเพลง : Sirens (Cher Lloyd)

สวัสดีครับ วันนี้จขบ.ได้มีโอกาสลงบทแปลเพลงใหม่ๆกับเขาบ้าง อันที่จริงเพลงนี้มีคนแปลแล้วครับ แต่ที่มานั่งทำวันนี้ก็เหตุผลเดิมครับคือที่ผมแปลกับที่เขาแปลมีส่วนต่างกัน ซึ่งผมเองจะเพิ่มส่วนวิเคราะห์เข้าไปด้วยครับ

 

ส่วนประวัติผมเคยร่ายไปแล้วในบทแปลเพลง Want U Back นะครับ ส่วนตัวคิดว่า เพลงนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกที่รู้สึกว่าเสียงร้อง แนวเพลง เอ็มวีออกมาเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย ตั้งแต่ซิงเกิ้ลนี้ออกมากระแสตอบรับดีมากครับ ดูจากไลค์ในยูทูปแล้วตัวเลขไลค์เยอะพอสมควรเลย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็เป็นไปตามทิศทางที่ดีเลยทีเดียวครับ

 

 

ในเพลง และเอ็มวี กล่าวถึงเรื่องใหญ่ๆเรื่องเดียวกันครับ ก็คือ “การแบกรับปัญหาต่างๆของเธอ จนมันหนักกว่าฉันจะรับได้ ฉันพยายามทำทุกอย่างแล้ว แต่มันไม่ไหวจริงๆ เพราะฉะนั้นเรามาจบกันเถอะ” แต่ในเอ็มวีผมเห็นว่านางเอกเอ็มวีได้เอายา หรือเงิน (หลักฐาน) เอาไปเผาตอนตำรวจบุกเข้าบ้าน สิ่งนี้ยังแสดงเห็นว่า “แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังหวังดีกับเธอ ฉันยังรักเธออยู่นะ” /// ส่วนตัวจขบ.ชอบทั้งเพลง และเอ็มวีมากๆเลย เป็นเพลงที่ประทับใจที่สุดของเธอเลย ตัวเอ็มวีนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตจริงของ Cher Lloyd เองด้วยครับ พ่อของเธอถูกตำรวจจับตอนเธออายุ 5 ขวบครับ

 

 

 

I carry the weight of you in my heavy heart
ฉันแบกรับความหนัก (ภาระ ปัญหา ฯลฯที่เกี่ยวกับเธอ) ของเธอไว้ในใจฉัน
And the wind is so icy, I am numb
ลมช่างเยือกเย็น จนฉันชาไปทั้งตัว
I carry the weight of you heading back to start
ฉันแบกรับความหนักของเธอ แบกไปกลับสู่จุดเริ่มต้น
With the thousand eyes on me, I stumble on
ท่ามกลางสายตานับพันจ้องมาที่ฉัน และฉันสะดุดล้ม

ในท่อนนี้เราก็จะเห็นถึงความยากลำบากของผู้ร้อง (ฉัน) ในการที่จะต้องเผชิญปัญหาหรืออะไรก็ตามที่เธอไม่ได้ก่อ

 

I am tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย และฉันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ
I’m getting weaker everyday, yeah
แถมยังอ่อนแอมากขึ้นทุกวันๆ
I carry the weight of you
ฉันแบกรับความหนักของเธอ
I carry the weight of you
ฉันแบกรับความหนักของเธอ

และเมื่อมาถึงตอนนี้ ความอดทนของผู้ร้องก็ชักจะหมดลงไปเรื่อยๆ

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า (อันที่จริงคือแสงสีขาวที่อยู่รอบก้อนเมฆ ที่ทุกคนเคยจะได้ยินมาจากสำนวน Every cloud has a silver lining. แต่ให้แปลตรงๆก็ทะแม่งๆอยู่ครับ) จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

ท่อนนี้ วิเคราะห์ได้ 2 ทางครับ คือ 1) ฉันหมดแรงที่จะไปต่อแล้ว มานอนรอความตาย (จุดจบ) ตรงนี้แหละ เดี๋ยวไม่นานเสียงไซเรน (รถพยาบาล รถตำรวจ) ก็จะมาเองแหละ หรือ 2) ฉันหมดแรงที่จะไปต่อแล้ว มานอนรอความตาย (จุดจบ) ตรงนี้แหละ เดี๋ยวไม่นานเทพีไซเรนก็จะมาเรียกเราเองแหละ  เทพีไซเรนคือใครหรอ??? ไม่เป็นไรครับข้างล่างมีคำอธิบาย ***แต่ไม่ว่าอย่างไร หรือทางใดสุดท้ายก็คือตายอยู่ดี มองโดยรวมผมว่า คือการจบความสัมพันธ์ครับ

เทพีไซเรน เป็นเทพีในตำนานของกรีกครับ มีหลายที่มา บ้างว่าเป็นหญิงนางเงือก แต่ส่วนใหญ่ระบุว่าครึ่งนกครึ่งผู้หญิง อาศัยตามโขดหิน คอยร้องเพลงขับขานด้วยเสียงเพลงอันไพเราะราวเสียงสวรรค์ เพื่อหลอกล่อชาวเรือเข้ามาชนหินโสโครก บ้างก็ว่าเสียงร้องของนางสะกดให้ชาวเรือหลงไหล ลืมสิ้นทุกสิ่ง จนโดดลงทะเลเพื่อว่ายไปหานาง “แล้วก็โดนจับกิน หรือตายนั่นเอง” (ขอบคุณเว็บ magicboxaudio สำหรับข้อมูลครับ)

 

We follow the sun down low ’til we hit the night
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตกจนย่ำยามค่ำคืน
And you hold me so tightly, it’s hard to breathe, oh
และเธอกอด (เกาะ) ฉันแน่นมาก รู้มั้ยว่ามันหายใจไม่ออก

ท่อนนี้เหมือนจะพยายามบอกนะครับว่า เธออะพาฉันไปลงนรก (เจ็บปวด ทรมาณ) ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะปัญหาต่างๆของเธอนั่นเอง

 

I am tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย และฉันก็แก่ขึ้นเรื่อยๆ
I’m getting weaker everyday, yeah
แถมยังอ่อนแอมากขึ้นทุกวันๆ
We follow the sun down low
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตก
We follow the sun down low
เราได้ตามดวงอาทิตย์ตก

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

 

Yeah, I’m tired, I’m growing older
ฉันเหนื่อย ฉันแก่ลง
I’m getting weaker everyday
และฉันก็อ่อนแรงลงทุกวันๆ
I am drowning, and you’re stealing every breath
ฉันกำลังจมน้ำ และเธอฉวยทุกลมหายใจของฉันไป
Take me away and just
พาฉันไป และเพียงแค่…

ท่อนนี้เห็นได้ชัดเลยครับ ว่าเธอทำให้ฉันเจ็บปวด เหนื่อยล้า บลาๆแค่ไหน เหมือนคนจมน้ำ แต่มีคนมาแย่งอากาศหายใจไปงั้น

 

Lay down here beside me in the shallow water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำตื้น (ชายทะเล)
Beside me where the sun is shining on us still
อยู่ข้างๆฉันในที่ที่ดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เรา
Lay down here beside me in the hallowed water
นอนข้างๆฉันตรงนี้ในน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
Beside me with the silver lining stays until
นอนข้างๆฉันในที่ที่มีแสงตรงเส้นขอบฟ้า จนกระทั่ง
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา
The sirens’ calling
เสียงไซเรน (เทพีไซเรน) เรียกหา

Advertisements

แปลเพลง : Feel No Pain (Sade)

สวัสดี สวัสดี หายไปนานมากๆ(อีกแล้ว) ต้องเข้าใจกันนะว่าช่วงเปิดเทอม อะไรๆก็ไม่มีเวลาทั้งนั้นแหละ + ไม่มีอารมณ์ด้วย แต่ก็ต้องขอโทษนะครับ ที่เคยสัญญาในเฟซบุ๊คว่าจะรีบอัพเพลงใหม่ ปรากฏว่าเพิ่งมาอัพตอนนี้เอง…

ร่ายประวัติเช่นเดิมสักเล็กน้อย Sade อ่านว่า ชา-เด นะครับ ไม่ใช่เซด (จขบ.เคยอ่านว่าอย่างนี้ 5555)  ชื่อเต็มๆของป้าแก Sade Adu ป้าแกเป็นคนไนจีเรีย แต่เกิดที่อังกฤษ อายุอานามก็ปา 54 ปีแล้ว อีกไม่กี่ปีป้าแกก็แซยิดแล้ว 5555 (อีนี่ก็แซวแต่เรื่องอายุ) ผลงานของวงป้าแก (ที่จริง Sade คือชื่อวง แต่ส่วนมากเขารู้จักแต่ป้าชาเดแก) ดังกระหึ่ม(อย่างไม่น่าเชื่อ)ตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มแรกเมื่อปี 1984 โกยยอดขายเฉพาะแค่เมืองผู้ดี 1.2 ล้านก็อปปี้ไปเบาะๆ แถมขึ้นที่ 1 ชาร์ตหลายประเทศเลยทีเดียว

เพลงที่จะแปลก็อยู่ในอัลบั้ม Love Deluxe เช่นเดียวกับเพลง Kiss Of Life เมื่อจขบ.แปลไปเมื่อเกือบ 2 ปีที่แล้ว (แก่แล้วสินะ) ซึ่งไม่ต้องบอกอายุอานามของเพลงนี้ 20 ปี++จ้า 5555 แต่เพลงนี้ฟังกี่ทีก็ไม่เคยเก่าเลยนะครับ ชิลล์ๆ ฟังแล้วชีวิตเราไฮโซขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ทั้งที่เนื้อเพลงมันตรงกันข้ามกับความรู้สึกเลย -.-

เนื้อเพลงประมาณให้กำลังใจคนตกทุกข์ได้ยาก ไม่มีปัญญาหางานทำ… เป็นเนื้อเพลงที่แปลกมากใช่ปะล่ะ 5555 มีคนคอมเมนต์แซวในยูทูปว่า “when youre unemployed sade makes you feel rich” เมื่อคุณถูกเลิกจ้างงาน ชาเดจะทำให้คุณรู้สึกรวย 55555

 

Mamma been laid off
แม่ถูกไล่ออก
Pappa been laid off
พ่อถูกไล่ออก
My brother’s been laid off
พี่ชายของฉันก็ถูกไล่ออก
For more than two years now
มามากกว่า 2 ปีแล้ว
Ooh can’t get a job
โอ้… หางานไม่ได้
Billy can’t get a job
เพื่อนก็หางานไม่ได้อีก [บิลลี่ไม่ได้หมายถึงชื่อคนอย่างเดียวนะ]
Ooh they gotta listen to the blues
โอ้… พวกเขา[พวกที่ตกงาน]ต้องฟังเพลงบลูส์เป็นแน่เลย [เพลงบลูส์ คือประเภทของเพลงชนิดหนึ่ง ออกแนวเศร้าๆ]

Help them to strive
ช่วยพวกเขาฝ่าฟัน
Help them to move on
ช่วยพวกเขาได้เดินต่อไป
Help them to have some future
ช่วยพวกเข้าให้มีอนาคต
Help them to live long
ช่วยพวกเขาให้อยู่ยืนนาน
Help them to live life
ช่วยพวกเขาให้ใช้ชีวิตต่อไป
Help them to smile
ช่วยพวกเขาให้ยิ้ม
Don’t let them stay home and listen to the blues
อย่าปล่อยให้พวกเขาอยู่บ้าน และฟังเพลงบลูส์

Mamma been laid off
แม่ถูกไล่ออก
Pappa been laid off
พ่อถูกไล่ออก
My brother’s been laid off
พี่ชายของฉันก็ถูกไล่ออก
For too long too long
มานานมากมากแล้ว
Don’t let them lose
อย่าปล่อยให้เขาทุกข์ใจ
We gotta give them a chance
เราต้องให้โอกาสแก่พวกเขา
It’s gonna come back on everyone
สิ่ง[ที่ทำให้เขาทุกข์ใจ]นั้นมันจะกลับมาหาทุกคน
If you don’t make them dance
ถ้าเธอไม่ชวนเขามาเต้นรำ
Don’t let them stay home and listen to the blues
อย่าปล่อยให้พวกเขาอยู่บ้าน และฟังเพลงบลูส์

There’s nothing sacred (why why why)
ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์หรอก (ทำไม ทำไม ทำไม)
breathing hatred
หายใจเอาความเกลียดออกไปซะ
We have to face it (why why why)
เราต้องเผชิญหน้ากับมันนะ (ทำไม ทำไม ทำไม)
No one can take it
ไม่มีใครเอามันไป
And feel no pain
และรู้สึกไม่เจ็บได้หรอก

Mamma been laid off
แม่ถูกไล่ออก
Pappa been laid off
พ่อถูกไล่ออก
My brother’s been laid off
พี่ชายของฉันก็ถูกไล่ออก
For more than two years now
มามากกว่า 2 ปีแล้ว
Ooh can’t get a job
โอ้… หางานไม่ได้
Billy can’t get a job
เพื่อนก็หางานไม่ได้อีก
Ooh they gotta listen to the blues
โอ้… พวกเขาต้องฟังเพลงบลูส์เป็นแน่เลย

Help them to strive
ช่วยพวกเขาฝ่าฟัน
Help them to move on
ช่วยพวกเขาได้เดินต่อไป
Help them to have some future
ช่วยพวกเข้าให้มีอนาคต
Help them to live long
ช่วยพวกเขาให้อยู่ยืนนาน
Help them to live life
ช่วยพวกเขาให้มีชีวิตอยู่
Help them to smile
ช่วยพวกเขาให้ยิ้ม
Don’t let them stay home and listen to the blues
อย่าปล่อยให้พวกเขาอยู่บ้าน และฟังเพลงบลูส์

One day we’re gonna wake up
วันหนึ่ง เราจะตื่นขึ้นมา
And the ghetto’s all around
และพบว่าสลัมนั้นอยู่รอบตัว
All over my friend
และมีแต่เพื่อนของเรานั้นอยู่ทุกแห่งหน
Have you ever seen a man break down
เธอเคยเห็นคนที่ชีวิตพังหรือเปล่าล่ะ?? [เหมือนจะพยายามสื่อว่ามีหลายคนที่เป็นเหมือนกับเรา]

Do you know how that feels
เธอก็รู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร
To walk the streets with your head held high
เวลาเดินบนถนนผ่านผู้คนอย่างภาพภาคภูมิใจน่ะ [head held high เป็นสำนวน แปลตรงๆ ประมาณว่าเชิดหน้า ถ้าตีอีกทีก็แปลว่าภูมิใจ]
Why, why, why
ทำไม ทำไม ทำไม
Oh Lord, have mercy
โอ้พระเจ้าโปรดทรงเมตตา
Did you ever see a man break down
เธอเคยเห็นคนที่ชีวิตพังหรือเปล่าล่ะ??

There’s nothing sacred
ไม่มีอะไรศักดิ์สิทธิ์หรอก
breathing hatred
หายใจเอาความเกลียดออกไปซะ
We have to face it
เราต้องเผชิญหน้ากับมันนะ
No one can take it
ไม่มีใครเอามันไป
And feel no pain
และรู้สึกไม่เจ็บได้หรอก

Ooh did you ever see a man break down
เธอเคยเห็นคนที่ชีวิตพังหรือเปล่าล่ะ??

แปลเพลง : Bat Out of Hell (Meat Loaf)

สวัสดีครับ หลังจากที่หายไปนาน เพระาเรื่องเรียน โดยเฉพาะภาษาเยอรมันตัวดีเลยไม่ยอมกลับมาแปลเพลงใหม่สักที คราวก่อนก็ติดเพลงที่เพื่อนๆขอเอาไว้ มาคราวนี้เลยจัดเต็มกับเพลง Bat Out of Hell กันก่อนเลย บอกก่อนเลยว่าแปลค่อนข้างยาก (เำพราะเนื้อเพลงเหนือจินตนาการ) + เนื้อเพลงยาวมากพอสมควรเลยทีเดียว เลยใช้เวลาแปลเพลงค่อนข้างนาน

 

เกริ่นเล็กน้อยวง Meat Loaf มาจากอเมริกา ถึงแม้เพลงนี้จะทำได้แค่ชาร์ตเมืองผู้ดี แต่ปรากฎว่าอลับั้มที่มีเพลงนี้อยู่ (Bat Out of Hell) กลับกลายเป็นอัลบั้มที่ขายที่ดีที่สุดตลอดกาลในวงการเพลงโลกไปในอันดับที่ 6 ด้วยยอดขาย 43 ล้านก็อปปี้ ไม่เบาเลยทีเดียว

 

 

 

 

เพลงนี้เนื้อเพลงเกี่ยวกับความรักที่(ต้องการ)เวลา ประมาณว่า”ตอนเช้าฉันจะมาหาเธอไม่ได้ เพราะฉันจะตายถ้าฉันจะอยู่กับเธอ ฉันมาหาเธอได้แค่ตอนกลางคืนเท่านั้น”

 

 

The sirens are screaming and the fires are howling,
เสียงไซเร็นกำลังส่งเสียง และไฟก็กำลังเผาไหม้
way down in the valley tonight.
ทางลงที่หุบเขาคืนนี้
There’s a man in the shadows with a gun in his eye,
ได้มีชายในความมืด ซึ่งมีปืนในดวงตาของเขา
and a blade shining oh so bright.
และถือดาบที่ส่องแสงสว่างมาก
There’s evil in the air and there’s thunder in sky,
และมีทั้งปีศาจในอากาศ และสายฟ้าบนท้องฟ้า
and A killer’s on the bloodshot streets.
และนักฆ่าที่อยู่บนถนนที่เต็มไปด้วยเลิอด
Oh and down in the tunnel where the deadly are rising,
โอ้.. และลงไปยังอุโมงค์ที่ความตายกำลังผุดขึ้น
Oh I swear I saw a young boy down in the gutter,
โอ้.. ฉันสาบานได้เลยว่า ฉันเห็นเด็กหนุ่มกำลังลงไปในท่อน้ำ
He was starting to foam in the heat.
และเขาก็กลายเป็นโฟมในท่ามกลางความร้อน

Oh baby you’re the only thing in this whole world,
โอ้ที่รัก เธอเป็นสิ่งเดียวในโลกใบนี้
that’s pure and good and right.
ที่บริสุทธิ์ แสนดี และซื่อตรง
And wherever you are and wherever you go,
และไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน
there’s always gonna be some light.
ที่นั่นจะต้องมีแสงสว่างตามไปตลอด
But I gotta get out,
แต่ฉันจะหลีกหนี
I gotta break it out now,
ฉันจะพังมันออกไปแล้ว
Before the final crack of dawn.
ก่อนที่รอยแตกของรุ่งอรุณจะมาถึง
So we gotta make the most of our one night together.
ฉะนั้นพวกเราจะต้องใช้ชีวิตในคืนนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด
When it’s over you know,
เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอก็จะรู้เอง
We’ll both be so alone.
ว่าเราสองคนจะต้องอยู่คนเดียว

Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว (Like a bat out of hell เป็นอีเดียมเน้อ..)
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
When the night is over
เมื่อค่ำคืนได้จบลง
Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone gone gone.
ฉันจะไป ไป ไป
Like a bat out of hell
อยากรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
But when the day is done and the sun goes down,
แต่เมื่อกลางวันได้จบลง และพระอาทิตย์ตก
and the moonlights shining through,
และเมื่อแสงจันทร์ส่องลงมา
Then like a sinner before the gates of heaven,
ฉันจะเหมือนคนบาป ก่อนที่ประตูแห่งสวรรค์เปิด
I’ll come crawling on back to you.
และเมื่อนั้นฉันจะคลานกลับมาหาเธอ

I’m gonna hit the highway like a battering ram,
ฉันจะซิ่งบนทางหลวง ยังกะเป็นไม้กระทุ้งกำแพง (นึกภาพเวลาไม้กระทุ้ง
ไปมันเร็วขนาดไหน)
on a silver black phantom bike.
บนมอเตอร์ไซค์สีเงินดำที่ลวงตา
When the metal is hot and the engine is hungry,
เมื่อตัวถังร้อน และตัวเครื่องกระหายความเร็ว
and we’re all about to see the light.
และพวกเราจะได้เห็นแสงสว่าง
Nothing ever grows in this rotting old hole.
แต่จะไม่มีสิ่งไหนที่จะเติบโตในหลุมเก่าเน่านี้
Everything is stunted and lost.
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่ง และสาบสูญไป
And nothing really rocks
และไม่มีสิ่งใดที่เป็นร็อคจริง
And nothing really rolls
และไม่มีสิ่งใดที่เป็นโรวจริง (2 ประโยคนี้น่าจะเป็นแนวเพลงร็อคแอนด์โรวนะครับ)
And nothing’s ever worth the cost.
และไม่มีสิ่งใดที่จะมาประเมินค่าได้
And I know that I’m damned if I never get out,
และฉันรู้ว่า ถ้าฉันไม่เคยที่จะหนีมัน ฉันก็ผิด
And maybe I’m damned if I do,
และถ้าฉันหนีมัน ฉันก็อาจจะผิดเช่นกัน (อีเดี๊ยมอีกแล้วครับ เข้าค่ายอีเดี๊ยม I’m damned if I do and damned if I don’t ความหมายเชิงเดียวกับหนีเสือปะจระเข้ครับ)
But with every other beat I’ve got left in my heart,
แต่ด้วยจังหวะที่เหลืออยู่ในใจของฉัน
You know I’d rather be damned with you.
เธอก็รู้ ว่าด้วยเหตุนี้ฉันควรอยู่กับเธอดีกว่าที่จะหนี (ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนผิดก็ตาม)
If I gotta be damned you know I wanna be damned,
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
If I gotta be damned you know I wanna be damned.
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
gotta be damned you know I wanna be damned.
เป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
If I gotta be damned you know I wanna be damned,
ถ้าฉันเป็นคนผิด เธอก็รู้ว่าฉันอยากจะผิด
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ
dancing through the night with you.
เพื่อที่จะเต้นผ่านค่ำคืนไปกับเธอ

Oh baby you’re the only thing in this whole world,
โอ้ที่รัก เธอเป็นสิ่งเดียวในโลกใบนี้
that’s pure and good and right.
ที่บริสุทธิ์ แสนดี และซื่อตรง
And wherever you are and wherever you go,
และไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และไม่ว่าเธอจะไปที่ไหน
there’s always gonna be some light.
ที่นั่นจะต้องมีแสงสว่างตามไปตลอด
But I gotta get out,
แต่ฉันจะหลีกหนี
I gotta break it out now,
ฉันจะพังมันออกไปแล้ว
Before the final crack of dawn.
ก่อนที่รอยแตกของรุ่งอรุณจะมาถึง
So we gotta make the most of our one night together.
ฉะนั้นพวกเราจะต้องใช้ชีวิตในคืนนี้ให้คุ้มค่ามากที่สุด
When it’s over you know,
เมื่อเวลานั้นมาถึงเธอก็จะรู้เอง
We’ll both be so alone.
ว่าเราสองคนจะต้องอยู่คนเดียว

Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
When the night is over
เมื่อค่ำคืนได้จบลง
Like a bat out of hell
อย่างรวดเร็ว
I’ll be gone gone gone.
ฉันจะไป ไป ไป
Like a bat out of hell
อยากรวดเร็ว
I’ll be gone when the morning comes.
ฉันจะจากไปเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น
But when the day is done and the sun goes down,
แต่เมื่อกลางวันได้จบลง และพระอาทิตย์ตก
and the moonlights shining through,
และเมื่อแสงจันทร์ส่องลงมา
Then like a sinner before the gates of heaven,
ฉันจะเหมือนคนบาป ก่อนที่ประตูแห่งสวรรค์เปิด
I’ll come crawling on back to you.
และเมื่อนั้นฉันจะคลานกลับมาหาเธอ

I can see myself tearing up the road,
ฉันรู้สึกตัวเองเลยว่าฉันกำลังซึ่งบนถนน (ราวกับฉันจะฉีกถนนให้ขาด)
Faster than any other boy has ever gone.
เร็วกว่าผู้ชายทุกคนที่เคยทำ
And my skin is raw but my soul is ripe.
แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเหน็บ แต่มันก็ทำให้จิตวิญญาณของฉันสุกงอม
No-one’s gonna stop me now,
ตอนนี้ไม่มีใครหยุดฉันได้
I gotta make my escape.
เพราะฉันจะต้องหาทางออกให้ได้
But I can’t stop thinking of you,
แต่อย่างไรก็ตามฉันก็เลิกคิดถึงเธอไม่ได้
and I never see the sudden curve until it’s way too late.
และฉันก็ไม่เคยเห็นเส้นโคงนั้นจนกว่าเส้นทางนี้มันทำให้ฉันไปสาย
I never see the sudden curve ’till it’s way too late.
และฉันก็ไม่เคยเห็นเส้นโคงนั้นจนกว่าเส้นทางนี้มันทำให้ฉันไปสาย

Then I’m dying at the bottom of a pit in the blazing sun.
แล้วฉันกำลังจะตายในหลุมไฟในพระอาทิตย์ที่กำลังลุกโพลน
Torn and twisted at the foot of a burning bike.
ฉีก และปั่นฉันด้วยล้อของมอเตอร์ไซค์ที่เต็มไปด้วยไฟ
And I think somebody somewhere must be tolling a bell.
และฉันคิดว่าใครบางคนจะต้องตีระฆังสักแห่งหนนึง
And the last thing I see is my heart,
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือหัวใจของฉัน
Still beating,
ที่กำลังเต้น
Breaking out of my body,
และออกมาจากตัวของฉัน
And flying away,
แล้วก็บินหนี
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว

Then I’m dying at the bottom of a pit in the blazing sun.
แล้วฉันกำลังจะตายในหลุมไฟในพระอาทิตย์ที่กำลังลุกโพลน
Torn and twisted at the foot of a burning bike.
ฉีก และปั่นฉันด้วยล้อของมอเตอร์ไซค์ที่เต็มไปด้วยไฟ
And I think somebody somewhere must be tolling a bell.
และฉันคิดว่าใครบางคนจะต้องตีระฆังสักแห่งหนนึง
And the last thing I see is my heart,
และสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็นคือหัวใจของฉัน
Still beating,
ที่กำลังเต้น
Breaking out of my body,
และออกมาจากตัวของฉัน
And flying away,
แล้วก็บินหนี
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell.
ไปอย่างรวดเร็ว
Oh like a bat out of hell!
โอ้… ไปอย่างรวดเร็ว
Oh like a bat out of hell!
โอ้… ไปอย่างรวดเร็ว
Like a bat out of hell!
ไปอย่างรวดเร็ว