แปลเพลง : Come Into My World (Kylie Minogue)

วอสสับ ทุกๆคน วันนี้จขบ. กลับมา ไม่ได้ตามคำเรียกร้องใดๆทั้งสิ้น เพียงแต่มาฉลองครบ 4 แสนวิวครับ ปริ่มมากครับ ขอบคุณทุกคนที่เขามาดูบล็อคของเด็ก(??)ผู้ชายเล็กๆบนโลกคนนึง ถึงแม้จะดูไม่ได้มากมาย แต่ก็มากมายสำหรับจขบ. ขอบคุณจริงๆ

 

จะมาทั้งทีก็ต้องเอาเพลงเก่าครับ เดี๋ยวนี้หาเพลงใหม่ยากมากเลย มีคนแย่งไปทำหมดแล้ว 5555 คราวนี้มาแบบไม่เก่ามากเหมือนเพลงก่อนๆ แต่ก็เก่าพอตัว 11 ปีที่แล้วอะนะ ซึ่งในปีสองปีนั้น ไม่มีใครไม่รู้จัก Kylie Minogue ซึ่งคนไทยหลายคนอาจจะรู้จักมักคุ้นน้าแกจากทัวร์คอนเสิร์ต Aphrodite ที่ประเทศไทย เห็นหน้าเด็กๆอย่างนี้ แต่อายุปาไป 45 แล้วนะครับ ประสบการณ์ทางด้านดนตรีนี่โชคโชน และยาวนาน ตั้งแต่ปี 88 ที่ออกอัลบั้มแรกเลยครับ ซึ่งดูจากยอดขายทั้งในประเทศ (ออสเตรเลีย) กับตปท.ก็ถือว่าเดบิวต์ดังเลยทันที และหลังจากนั้นดูเหมือนยอดขายจะกลายเป็นพาราโบล่าขาลง จนกระทั่งช่วงปี 2000 โดยเฉพาะอัลบั้ม Light Year กับ Fever ซึ่งเป็นการรีไวฟ์น้าแกใหม่เลย โดยเฉพาะอัลบั้ม Fever ซึ่งมีเพลงดังกระฉูดทั่วโลกอย่าง Can’t Get You Out Of My Head (ทำนองติดอยู่ในหัวเลยครับ นา นา นา นา นา นา เป็นเพลงในตำนานไปเลย) ขึ้นที่ 1 ไปทั่วโลก ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าอัลบั้มนั้นเป็นจุดที่พีคสุดๆของน้าแก ยอดขายถล่มถลายเกิน 10 ล้านก็อปปี้ (และคาดว่าจะไม่มีวันได้อีกแล้ว) หลังจากนั้นอัลบั้มอื่นๆ ถึงแม้ยอดขายจะไม่หวือหวามากนัก แต่มีมากกว่ายุค 90 มากอยู่

 

ซึ่งเพลงที่จขบ. จะหยิบแปลในวันนี้ (Come Into My World) เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้ม Fever นั่นแหละครับ ถึงแม้ความดังจะสู้เพลง Can’t Get You Out Of My Head ไม่ได้ แต่เป็นเพลงที่ทำให้น้าไคลี่แกได้รับรางวัลแกรมมี่สาขาเพลงแดนซ์ยอดเยี่ยมไปครอง ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวทีน้าแกได้รับรางวัลแกรมมี่ และที่สำคัญ ที่ทำให้คนพูดถึงเพลงนี้ได้จนถึงทุกวันนี้ไม่แพ้กับ Can’t Get You Out Of My Head เลย ก็คงจะเป็นเอ็มวี ซึ่งต้องขอซูฮก คารวะคนคิดไอเดีย และคนทำเอ็มวีนี้ขึ้นมา จขบ.ยกให้เป็นเอ็มวีในตำนานเลย เป็นอย่างไรต้องดูเอาเองครับ อธิบายเดี๋ยวยาวไม่เ้ข้าใจ 5555

 

 

เนื้อเพลงก็ประมาณว่า ฉันชวนเธอให้เข้ามาอยู่ในโลกของฉันนะ ก็เพราะว่าฉันต้องการเธอมากมาย กว่าทศกัณฐ์ต้องการนางสีดาเสียอีก

 

 

Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Take these arms that were made for lovin’
ใช้แขนเหล่านี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรัก
And this heart that will beat for two
และหัวใจดวงนี้ที่จะเต้นสำหรับเราสองคน (หัวใจเดียวกัน เรียกยังไง จขบ.อธิบายไม่ถูก 555)
Take these eyes that were meant for watching over you~
ใช้ดวงตาคู่นี้ ที่มุ่งไว้ว่าจะคอยดูแลเธอ
And I’ve been such a long time waiting
และฉันรอมาเป็นเวลานานแล้ว
For someone I can call my own
รอใครบางคน ที่ฉันเรียกได้ว่าเป็นของฉัน (ไอ้ที่ถูกเรียกว่าเป็นของฉันคือ ใครบางคนนั่นแหละครับ)
I’ve been chasing the life I’m dreaming
ฉันนั้นได้แต่ไล่ตามชีวิตที่ฉันกำลังใฝ่ฝันอยู่
Now I’m home~~
ตอนนี้ฉันอยู่บ้านแล้ว

Ah~~
อาาาา
I need your love
ฉันต้องการรักของเธอ
Like night needs morning
เช่นดังกลางคืนต้องการยามเช้า

So won’t you come~
แล้วเธอจะไม่เข้า
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

So baby~
แล้วที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา
Na na na na na na
นา นา นา นา นา นา

Take these lips that were made for kissing
ใช้ริมฝีปากทั้งสองฝั่ง (บน และล่าง เข้าใจนะครับ 555) ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจูบ
And this heart that will see you through
และหัวใจดวงนี้ที่จะเห็นเธอแบบทะลุปรุโปร่ง
And these hands that were made to touch and
และมือคู่นี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้สัมผัส และรู้สึกถึงเธอ
feel you
รู้สึกถึงเธอ

So free your love
ฉะนั้นปลดปล่อยรักของเธอ
Hear me, I’m calling
ฟังฉัน ฉันกำลังเรียก (เธอ)

Oh won’t you
โอ้ เธอจะไม่
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Oh baby~
โอ้ที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

Ah~~
อาาาา
I need your love
ฉันต้องการรักของเธอ
Like night needs morning
เช่นดังกลางคืนต้องการยามเช้า

So won’t you come~
แล้วเธอจะไม่เข้า
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉันหน่อยหรอ
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

So baby~
แล้วที่รัก
Come, come, come into my world
เข้า เข้า เข้า เข้ามาในโลกของฉัน
Won’t you lift me up, up, high upon your love
เธอจะไม่ยกฉันขึ้นไปหน่อยเหรอ ขึ้น ขึ้น ขึ้นไปบนความรักของเธอ

Na na na, na na na, na na na na na na na, na na na na na na
นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา นา

Advertisements

7th Week : Money Money – Mr.Team (เหมือนไวน์ยิ่งเก่ายิ่งกลมกล่อม)

กลับมาหลังจากที่หายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนมากกกกกกกกก รู้สึกผิดนิดๆเมื่อวานอุตส่าห์ทวีตว่าจะไม่มีผลงานออกมาเลย ติ๊งต่างซะว่าช่วงนี้ไม่ว่างแปลเพลงละกัน 555  วันนี้ขอแอบอู้ไม่อ่านหนังสือ มาพักจิตใจหน่อย กับการแนะนำอัลบั้มดีๆ ดีจริงๆ ดีจนจขบ.ยอมแหกคอนเซปต์ของบล็อคนี้ ที่จะต้องเป็นเพลงสากลเท่านั้น (มันก็ไม่เชิงคอนเซปต์หรอกครับ ผมตั้งใจให้เป็นคอนเซปต์”ตามใจฉัน”นะ 555 แต่ว่าคนหลายคนอาจจะนึกว่าเป็นซิกเนเจอร์ของผมไปแล้ว)

ย้อนไปเมื่อปี 42 หรือว่าเมื่อ 13 ปีที่แล้ว ฟันธงเลยครับว่าวง Mr.Team พลิกประวัติศาสตร์วงการเพลงไทยไปเลยทีเดียว ซึ่งอัลบั้ม Money Money ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกของพวกเขานั้น สามารถตีตลาดแตก ยอดขายถล่มทลายมากกว่า 1,000,000 ตลับ (อันนี้มาจากเว็บบล็อคนะครับ แต่ก็น่าจะใช่หน่า 555) ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก  ซึ่งจุดแข็งของอัลบั้มนี้ คือ การตั้งมาตราฐานที่สูงมากๆๆ ถึงมากที่สุด (แบบแต่ละเพลงสร้างมาแบบแหกยุคมาก นำสมัย ขนาดตอนนี้ยังฟังแล้วยังไม่เชยเลย)  แต่ด้วยจุดแข็งตรงนี้เอง ทำให้อัลบั้มหลังๆถัดมา ค่อนข้างแป้ก และดับวูบลงไปในที่สุด  แต่ยังไงซะแต่ละอัลบั้มที่ปล่อยออกมายังคงรักษามาตรฐานได้ดีอยู่ระดับนึง แต่เข้าใจมั้ยครับว่าเขาตั้งมาตรฐานไว้สูง จนอัลบั้มหลังมันสูงมากกว่าอัลบั้มก่อนไม่ได้แล้ว)

 

 

อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มสามารถประจำบ้านนะครับ จขบ.แนะนำอย่างแรงกล้าให้ซื้อเอาไว้ในครอบครอง

 

 

1.เจ้าช่อมาลี

 

 

 

 

มากันที่เพลงแรกตามลำดับที่ลงไว้ในอัลบั้มนะครับ เปิดมาก็เป็นเพลง “เจ้าช่อมาลี” ถือว่าเป็นเพลงตัวตั้งตัวตี หรือว่าเป็นเพลงซิกเนเจอร์ของวงนี้เลยก็ว่าได้ ไปที่ไหนที่ไหนก็ต้องเล่นเพลงนี้  เพลงนี้สมัยก่อนนู้นน เปิดกันบ่อยมากตามผับตามบาร์นะ 555 ไม่หรอกก็ทุกๆที่แหละ (จากคุณพ่อคุณแม่เล่า) ดังเอาการอยู่เหมือนกัน

ถามว่าจุดเด่นของเพลงนี้อยู่ตรงไหน… ก็ตรงที่เป็นการรีมิกซ์ทั้งดนตรีสากล + ดนตรีไทย + เสียงสังเคราะห์ อย่างลงตัว ถึงแม้จะสนุกเพียงใดแต่ยังแฝงความเท่ในตัวอยู่ (ฟังได้จากท่อนโซโล่) เท่มั้ยล่ะ 555 อีกอย่างฟังในยุคนี้ก็พอไปได้ ไม่ได้เชยอะไรมาก แต่ในสมัยก่อนถือว่าล้ำยุคมาก (ถ้าใครอายุ 20 อัพคงจะทราบนะ 555) ทั้งจังหวะ ทั้งทำนอง ทั้งดนตรี  มีการเปลี่ยนช่วงรับช่วงดนตรีกันอย่างลงตัว ไม่ดูขัดหูจนเกินไป  เรื่องเนื้อเพล ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวรักๆใคร่ๆ ไม่ได้โดนใจสักเท่าไร แต่สามารถใช้คำได้สละสลวย แบบว่าคิดได้ไง (แบบเปรียบเทียบคนที่เที่ยวกลางคืนเป็น “เจ้าช่อมาลี” แค่นี้ก็กินขาดแล้ว) นับถือคนแต่งเพลงจริงครับ  ส่วนเรื่องเอ็มวี สมัยนี้ดูก็ยังพอไปได้เช่นกัน มุมกล้องเพอร์เฟคเลย ตัดต่อก็รวดเร็ว แหวกแนว ตามเพลง แต่ไม่เสียสายตามากสักเท่าไร  ส่วนตัวชอบตรงที่มีฉากยืนดีดกีตาร์ ร้องเพลง แบบเคลื่อนที่ได้ (จขบ.ก็อธิบายไม่ถูกต้องดูเอ็มวีเอง – -)

 

 

2.ใจหายไปเลย

 

 

 

 

ใครที่อยู่ยุคเดียวกับจขบ. (ประมาณ 15 – 16) อาจจะเคยผ่านหูผ่านตาบ้าง ไม่มากก็น้อย เพราะสมัยก่อนเพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ปล่อยออกมาแล้วบูมมาก ร้องติดปากกันทั่วประเทศ (จากคุณพ่อคุณแม่เล่าเช่นเคย 555) ขนาดที่บ้านยังร้องกันติดปากจนถึงวันนี้เลย (เรื่องจริง)

ขึ้นมาเจอเสียงดนตรีสังเคราะห์แบบแปลกๆ แล้วก็รีมิกซ์จนมั่ว ฟังแล้วอาจจะรำคาญหูนิดๆ แล้วเปลี่ยนเป็นดนตรีเมนหลักของเพลง ที่ฟังสบายๆ  เริ่มต้นดนตรีเมนหลักดนเสียงดนตรีเครื่องสาย มีจังหวะกลอง + กีตาร์พอชิลล์ตามมารยาท (ถ้าเทียบสมัยนี้ประมาณแนวนิวจิ๋วพอเข้ากันได้) + เสียงน้าติ๊ก ที่ออกจะไพเราะ สบายๆ (ไม่พยายามทำให้เพราะเกิน และเน่าเกิน พอดิบพอดี) ซึ่งไอตรงนี้ทำให้เพลงนี้สื่อความหมายตามเนื้อเพลงได้อย่างดี แบบฟังแล้วก็รู้สึกใจหายไปตามเนื้อเพลงเลย และทำให้เพลงนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ เปรียบดั่งเอากาแฟลาเต้ชั้นดี ผสมอบเชยเข้าไป โอ้มันช่างเพอร์เฟค รสนุ่ม น่าลิ้มลอง  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมว่าเพลงนี้ก็แหวกยุคเหมือนกับเพลงแรกเช่นกัน มาฟังตอนนี้รับรองก็ยังไม่เชยครับ เพราะแนวทีป็อปสมัยนี้ก็เป็นประมาณนี้อยู่แล้วครับ  ช่วงสุดท้ายจบลงด้วยดนตรีที่ดับวูบลง เหลือแต่เครื่องสาย เป็นการจบแบบเป็นทีละขั้น เจ๋งครับ ฟังแล้วลื่นหู  ส่วนเนื้อเพลงก็แปลกแหวกแนวเหมือนกัน เท่าที่จขบ.เคยพบเคยเห็นมา มีเพลงนี้เพลงเดียวแหละคัรบ ที่มีเนื้อเพลงแบบนี้  เนื้อเพลงแบบว่าเศร้า แต่ตัวเนื้อเพลงท่อนอื่น + ดนตรี + เสียงร้อง มันทำให้ตัวเพลงนั้นไม่เศร้าเท่าไร แต่ก็แอบน้อยใจไม่ใช่น้อย 555 ได้แต่นั่งถอนหายใจ”ไปในอากาศ ลอยไปในสายลม ไปสู่ความเหงา” ช่วงท่อนฮุคนี่ เนื้อเพลงเด็ดดวงจริงๆครับ สวยงามมากกกกก แต่ก็แอบเศร้านะ 555  ส่วนเรื่องเอ็มวี เพลงนี้ล้ำยุคอีกแล้วครับท่าน (อันนี้จขบ.คอนเฟริมเลย) เมื่อเทียบในยุคเดียวกัน กราฟิคเพลงไทยเพลงอื่นๆแบบไม่เนียน (คงเข้าใจนะ)  แต่คนตัดต่อ ช่างกราฟิคเพลงนี้เทพมากครับ ตัดต่อแบบแหวกแนว (เอาเก้าอี้ลมไปลอยอยู่บนห้อง เหนือฉากมีดวงดาว ดวงจันทร์อีก) แถมเนียนอีก ถือว่าลงทุนมากนะ

 

 

4.ไม่ต้องมีคำบรรยาย

 

 

 

 

เพลงนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าเด็กสมัยนี้มากกว่าครึ่งรู้จักเพลงนี้ เป็นเพลงเดียวที่ยังดังมาถึงสมัยนี้ได้ และผมว่าเป็นเพลงที่เพอร์เฟคที่สุดในอัลบั้มนี้ และวงนี้ด้วย

เริ่มต้นมาด้วยเสียงคีย์บอร์ดไฟฟ้า แนวดนตรีอาจจะหาได้ืั่ทั่วไปในยุคนี้ แต่ แต่นะครับ อย่าลืมคอนเซปต์ในอัลบั้มนี้นะครับ คือ”ล้ำยุค” สมัยก่อนถือว่าโอ้บร๊ะเจ้า แบบพูดไม่ถูก 555 แต่ที่เด่นกว่าเพลงอื่นในแนวจริงๆเลย ก็คือตัวคีย์บอร์ดไฟฟ้า และก็เครื่องเป่าแหละครับ ไม่ค่อยได้เห็นเลย อ้อมีคอรัสด้วย ส่วนเรื่องเสียงของนักร้อง วงนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรครับ ใช้ได้ในทุกเพลง แต่ก็ไม่ได้เพราะเวอร์มากๆ แต่เมื่อรวมกับองค์ประกอบต่างๆแล้วเพอร์เฟคครับ เนื้อเพลง อยากจะร้องโอ้บร๊ะเจ้าครับ เนื้อเพลงนี้ลึกซึ้งที่สุดในสามโลก ใครร้องเพลงนี้ให้ฟัง แทบร้องไห้ (ติ้นตันนะ 555) เลย เนื้อหาโดยรวมโดนใจตลาด ภาษาที่ใช้สละสลวย เอาไปเลยเต็ม 10 เอ็มวี ต้องโอ้บร๊ะเจ้าอีกรอบล่ะครับ เด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่ไม่นึกว่าเพลงนี้จะเก่าถึง 13 ปี (ผมก็นึกว่าตัวนี้เอามาทำเอ็มวีรีเมคใหม่ซะอีก) แบบดูให้ตายก็ดูไม่ออกหรอกว่าเพลงนี้มัน 13 ปีแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงว่าสมัยก่อนมันจะล้ำยุคแค่ไหน

 

 

6.Money Money

 

 

 

 

ข้ามมากันที่แทร็คที่ 6 ของอัลบั้มกัน เพลงนี้ชื่อตามอัลบั้มครับ แต่ซิงเกิ้ลออกมาไม่ค่อยแรงเท่าไร แต่ดนตรีก็ยังคงคอนเซปต์ของอัลบั้มนี้อยู่นะครับ ^^ เพลงนี้เริ่มต้นอย่างโคตระอภิมหึมามหาเท่ เริ่มต้นดว้ยเสียงเครื่องนับแบงค์ เสียงแคชเชียร์ เสียงเหรียญตก เสียงคนพูดว่า “มันนี่” บลาๆ ตรงชื่อเพลง  แล้วก็ต่อด้วยเสียงกลองรัว แล้วก็ตามด้วยเสียงคนร้องตามระเบียบอะครับ ด้วยทำนองที่แปลกใหม่ +ดนตรีที่แหวกแนว (สมัยนี้ก็ยังแหวกอยู่นะ) แถมมีเสียงคอรัสกระชากอยู่เป็นจังหวะด้วย ทำให้เพลงนี้ยังพอดิ้นได้อยู่ แต่ตอนจบยังมีเล่นลูกเล่นด้วยเสียงเหรียญตกอีกรอบอีก เนื้อเพลง งั้นๆแหละครับ มีแต่ร้องมันนี่ๆอยู่นั่นแหละ 555 แต่ก็ยังเหน็บแนม เสียดสี นักการเมืองสมัยนี้ได้อย่างสะใจจริง (ตรงที่ว่า “รวยกันจนอ่อนใจ แล้วจะรวยต่อไปทำไม” โดนมากครับ 555) เอ็มวี ไม่เคยเห็นครับ เสียดายมากที่บ้านรู้สึกว่าเคยมีวีซีดี แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว TT

 

 

9.ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน

 

 

 

 

มากันต่อกับเพลงสุดท้ายที่ จขบ. จะมาแนะนำแล้ว เป็นเพลงรองสุดท้ายในอัลบั้มนี้นะจ๊ะ กับชื่อเพลงที่สวยงามมาก “ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน” เพลงนี้อาจจะไม่น่าสนใจเหมือนกับเพลงอื่น ทำนองอาจจะธรรมดา แต่จขบ.เชื่อครับเพลงแนวแบบนี้ จะฟังยุคไหนก็ไม่เชย แถมยังดีที่มีเสียงเครื่องสี + ซาวนด์เอฟเฟค ดึงทำให้เพลงนี้แตกต่างกับเพลงอื่นอยู่ครับ แหม…วงนี้นี่สุดยอดจริงๆ 555 ไม่ยอมทิ้งความแตกต่างง่ายๆ เอ็มวี เพลงนี้ธรรมดาทั่วไปครับ เห็นโหลเยอะมากด้วย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียสุขภาพจิตแต่อย่างไร ได้เห็นการเดินทางเดินสายไปที่ต่างๆของวงนี้

 

เนื้อเพลง

ขอแยกเลยครับ จุดนี้ จขบ. ชอบเนื้อเพลงเป็นอย่างมากถึงมากที่สุด และจะฝากเพลงนี้ให้กับเพื่อนๆทุกคน ไม่ว่าช่วงนี้กำลังจะสอบเรียนต่อเข้าที่ไหน หรือกำลังเจอปัญหาอะไร ขอให้เพื่อนๆ”บอกกับตัวเองไม่ยอมแพ้ จะเหนื่อยสักเพียงใดต้องทนไหว และจะไม่มีอะไรที่ยากเกินไป…”

เนื้อเพลงเพลงนี้เป็นเนื้อเพลงที่ดีมากครับ สอนให้เราไม่รู้จักยอมแพ้ เท่าที่ จขบ. หาในอินเทอร์เน็ต เขาว่ากันว่าเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว เพลงนี้เคยนำไปประกอบช่วงสอบเอ็นทรานซ์ด้วย 555

 

 

Bonus

MR.TEAM LIVE SHOCK ‘N’ SHOW IN BANGKOK

 

มากันที่โบนัสพิเศษที่ จขบ. อยากจะนำเสนอ เป็นคอนเสริตใหญ่คอนเสริตแรกของมิสเตอร์ทีม หลังจากอัลบั้มมันนี่ มันนี่ของพวกเขามียอดขายถล่มทลาย ได้รับการตอบรับอย่างดีมาก ทำให้ต้องเดินสายตลอดเวลา เห็นอย่างนี้จึงไม่ได้การจับรวบเป็นคอนเสริตใหญ่ให้แฟนได้สะใจกันไปเลยทีเดียว

 

http://www.youtube.com/watch?v=8hhXO86NnkQ

 

คอนเสริตนี้จัดเต็มให้อย่างแฟนจริงๆครับ ผมว่าลงทุนไปไม่น้อยเหมือนกันนะ เมื่อ 12 ปีที่แล้ว มีจอมาตั้งอยู่กลางเวทีหลายจอ แค่นี้ก็อลังการแล้ว ยังมีจอโปรเจคเตอร์ข้างเวทีอีก 2 ตัวอีก (เดี๋ยวนี้คอนเสริตทุกทีต้องมีแล้ว 555) แต่ที่เด่นๆเลย ก็คือเป็นคอนเสริตแรกในประเทศไทยที่นำระบบเซอร์ราวมาใช้ (-0- ทั้งอัลบั้มล้ำยุคไม่พอ คอนเสริตก็ด้วย) แถมตรงบ็อกสแตนด์ยังมี เครื่องเล่นดีวีดีอีก 8 เครื่องพร้อมจัดเต็มอีก (เข้าใจหรือเปล่าครับว่า 12 ปีที่แล้ว ดีวีดีมันยังแพงอยู่) ทั้งนี้ทั้งนั้นทั้งงานกำกับงานโดย น้าโอม ชาตรี คงสุวรรณ ซึ่งไม่ต้องบอกเรื่องฝีมือของน้าโอมแกเลยว่าเจ๋งแค่ไหน ประสบการณ์ก็สั่งสมมานาน (ลืมบอกไปอัลบั้มมันนี่ มั่นนี่ น้าโอมเขาก็เป็นโปรดิวเซอร์เหมือนกันเน้อ…) ในช่วงระหว่างการแสดงมีการปล่อยลูกโป่งซึ่งข้างในมีนาฬิกาจีช็อค 10 เรือนเข้าไปในลูกโป่งด้วยนะเออ ลงทุนจริงๆ ใครได้ไปก็โชคดี

 

แต่เนื่องจากมายุคนี้วงนี้ไม่ดังแล้ว ทำให้เราเห็นภาพการแสดงตามยูทูปมีแค่คลิปเดียว ที่เหลือต้องหาวีซีดีตามร้านขายเทปเก่าดู 555 ใ้ห้ดูกันพอหอมปากหอมคอ จากในคลิปเห็นเลยว่ามีแต่คนร้องเพลง ใจหายไปเลย ได้หมดทั้งอินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก จนท่อนสุดท้ายพี่ติ๊กเกิดอาการตืนเวที 555 ร้องได้แค่ “ใจ….” ปรากฎว่าหลังจากนั้นผู้ชมทั้งฮอลล์ร้องแทนน้าแกซะงั้น ดังซะทั่วเลย ก่อนจะจบด้วยเสียงฮัมของน้าแก และก็พาทั้งวงสวัสดีแฟนๆในฮออล์ ปรากฎว่าไม่จบไง แฟนคลับไม่จบนะ (ฟังดีๆในคลิป จะได้ยินแฟนคลับร้องทั้งอินดอร์ว่า “เอาอีก”) ปรากฎว่าทั้งวงจัดมันนี่มันนี่อีกเพลงตามคำเรียกร้อง ปิดท้ายด้วยเพลงเจ้าช่อมาลีเพลงยาว ทำเอาคนดูพากันลุกขึ้นยืนชูมือตามจังหวะเพลงกันอีกครั้ง (อั้นนี้ไม่รู้ว่าเป็นสคริปต์หรือเปล่านะ แต่น่าจะใช่) หลังจากนั้นคอนเสริตก็็จบจริงๆ แต่ดูเหมือนคนดูไม่จบ (อีกแล้ว 555) ได้แต่ร้อง”เอาอีกๆ” ก่อนที่จะผิดหวังกันตามๆกัน

 

อย่างที่จขบ.ได้หาข้อมูลแล้วคงน่าจะทราบแล้วนะครับว่าคอนเสริตนี้น่าจะสนุกสักแค่ไหนกัน

 

 

 

สรุปสุดท้ายแล้ว อัลบั้ม Money Money ถึงแม้จะเป็นอัลบั้มเก่า แต่ก็ยังอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ และความนำสมัยอยู่ทุกเพลง จะเปิดฟังยุคนี้ก็ยังไม่เชย + องค์ประกอบต่างๆในอัลบั้มนี้ จึงทำให้ จขบ. การันตีเลยว่าซื้ออัลบั้มนี้รับรองว่าคุ้มเกินราคาแน่นอน เหมาะสมทุกเพศ ทุกวัย (โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานแล้ว 555)

 

อัลบั้มเก่าๆแบบนี้มันมีคุณค่าต่อจิตใจ และความทรงจำอันวัยเยาว์ของเรามาก  เมื่อเวลาผ่านนานเท่าไรเรารู้สึกว่าเพลงนี้ยิ่งมี….(อธิบายไม่ถูก หวังว่าทุกคนเคยเป็นแบบนี้นะครับ) ก็เหมือนกับไวน์นั่นแหละครับยิ่งเก่ายิ่งกลมกล่อม :) (สงสัยตัวเองอยู่ว่าทำไมต้องเอาไวน์มาเปรียบกับเรื่องที่เราพูดไม่ถูกด้วย 555)

 

 

List Track

Side A 

01 . . . เจ้าช่อมาลี
02 . . . ใจหายไปเลย 

03 . . . แบ่งแบ่งกันไป
04 . . . ไม่ต้องมีคำบรรยาย
05 . . . ผัดกระเพรา

Side B 
01 . . . Money Money
02 . . . ฉันไม่บ้าพอ
03 . . . อย่า
04 . . . ขอบฟ้า ขอบฝั่ง ความหวัง แผ่นดิน
05 . . . หมดแรง หมดตัว หมดใจ

 

 

ขอบคุณเว็บต่อไปนี้สำหรับข้อมูลที่นำมาประกอบครับ

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=durianguan&month=05-07-2010&group=4&gblog=25

http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.inet.co.th/cafe/chalermthai/newsong/news/scoopmrteam/mrteam.html

 

1st Lesson : หลักการใช้ so sick

สวัสดีท่านพ่อแม่พี่น้อง เนื่องจากช่วงนี้ จขบ. ไม่รู้จะแปลเพลงอะไรดี นึกไม่ออกจริงๆ เลยจัดหมวดหมู่ใหม่ เป็นคล้ายๆมินิทรานสเลตไปเลย แต่จะเป็นการสอนหลักมากกว่านะครับ จุดประสงค์ในการทำก็คือ การฟังเพลงสากลนั้นไม่ใช่ใช่ไม่ได้ไม่ประโยชน์ บางคนอาจจะด่าพวกที่ชอบฟังเพลงสากลว่า “กระแดะ” แต่หารู้ไม่ เพลงนี่แหละเป็นตัวที่ทำให้เก่งอังกฤษเป็นขุมเลยทีเดียว

 

วันนี้ขอปฐมฤกษ์กับศัพท์ที่ใช้กันบ่อยๆอย่าง so sick ที่ไม่ได้แปลว่าป่วยมากนะครับ แต่แปลว่าเบื่อมาก เซ็งมาก แต่ถ้าเกิดจะจับไว้ในประโยคจะทำยังไงล่ะ ___ so sick of these things. จะเติมอะไรดีล่ะ I so sick ? I’m so sick ?

 

คำตอบอยู่ตรงหน้าแล้วครับ ซึ่งเพลงที่นำมาตอนนี้เป็นเพลงที่มีคำว่า so sick อยู่ ดูซิว่าเขาใช้กันยังไง

 

 

1.I’m so sick – Flyleaf

 

 

มากันที่เนื้อเพลง

 

I’m so sick, 
Infected with where I live                                    Let me live without this
Empty bliss,
Selfishness
I’m so sick
I’m so sick

2. So Sick – Ne-Yo

And i’m so sick of love songs
So tired of tears
So done with wishing you were still here
Said im so sick of love songs so sad and slow
So why cant I turn off the radio?

จากที่เพื่อนๆได้เห็นไป ก็จะพิสูจน์ได้เลยว่า การใช้ So Sick นั้น ต้องขึ้นด้วย i’m so sick เสมอ (ถ้ามันเป็นปัจจุบัน และประธานเป็นตัวเรานะ) และถ้าเกิดเราจะเติมคำนามท้ายหลังเราก็ต้องเพิ่ม of ไปด้วย ซึ่งจะได้ i’m so sick + of + (n.)