Review : ATM เออรัก เออเร่อ — ฮาแหลกสาแหรกขาด

 

สวัสดีครับ วันนี้ได้มีเวลามานั่งแตะหมวดหมู่ที่ไม่ได้แตะมานานนมแล้ว หลังจากที่คราวก่อนได้แนะนำหนังทุนสร้างหลายพันล้านอย่างมิสชั่นอิมพอสซิเบิ้ล 4 (แต่ก็ไม่ได้ลงลึกอะไรมากนัก เพราะไม่อยากไปรีวิวหนังฝรั่ง เพราะจขบ.ยอมรับว่าแน่นไม่พอ) คราวนี้มานั่งรีวิวหนังไทยกันบ้าง ซึ่งในช่วงนี้ก็มีหนังไทยมาแรงเพียงเรื่องเดียว นั่นก็คือ… ATM เออรัก เออเร่อ

 

ขอเกริ่นสักเล็กน้อย ที่จริง จขบ.ก็ไม่ค่อยอยากจะดูเรื่องนี้สักเท่าไรหรอก (ดูทีเซอร์แล้วไม่เกิดความอยากดู ง่ายๆคือไม่น่าดู ผิดจากหนังค่ายจีทีเอชหลายเรื่องที่ทำตัวอย่างออกมาได้น่าดู ชวนผลาญเงินมาก 555) แต่ปรากฎว่าไอ้เพื่อนจขบ.มันใจดี เลี้ยงค่าตั๋วให้จขบ. งานนี้จึงพลาดไม่ได้ (นานๆทีของฟรีมีครั้ง 555)

 

 

 

 

เนื้อเรื่อง – (3/10)

เนื้อเรื่องก็ค่อนข้างแปลกใหม่ดีครับ แต่ติดปัญหาคือที่ว่าหนังเรื่องนี้ไม่เน้นบทสักเท่าไร ดูเหมือนทางผู้กำกับอย่าง เมษ ธราธร ที่เคยเป็น 1 ใน 2 ของผู้กำกับของ “ตลกไว้ก่อนพ่อสอนไว้” จะต้องการให้หนังเน้นความฮาเสียมากกว่า

 

***สปอยล์จ้้า…***

เนื้อเรื่องย่อๆ – เสือ(แสดงโดยเต๋อ ฉันทวิชช์ ที่ฝากฝังผลงานอย่าง กวนมึนโฮ) กับจิ๊บ(แสดงโดย ไอซ์ ปรีชญา นักแสดงหน้าใหม่) เป็นพนักงานในแผนกของธนาคารสัญชาติญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า JNBC แต่หนทางความรักของทั้งสองก็ไม่ได้โปรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ต้องแอบรักแอบชอบกัน เพราะกฎของบริษัทนี้คือ “ห้ามพนักงานในแผนกเดียวกันรักชอบกัน” ซึ่งไอ้ปมตัวนี้แหละที่ทำให้เสือ และจิ๊บเกิดมีปากเสียงกัน จิ๊บเลยบอกเลิกกับเสือ แต่ก็อะนะใครจะยอมเลิกง่ายๆ 555 เสือจับจิ๊บไปเตรียมการ์ด สถานที่ เตรียมวันแต่งงานเลย 555 แต่ปรากฎว่าประเด็นเดิมก็วนกลับมาอีก ถ้าสักวันหนึ่งทั้งสองจะแต่งงานกัน ก็ต้องฝ่าฝืนกฎของที่นี่ ซึ่งบทลงโทษก็คือต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลาออก

แต่ก็ไม่ใช่แค่นั้น ได้มีเหตุการณ์พนักงานลงซอฟท์แวร์ตู้เอทีเอ็มลงซอฟท์แวร์มั่ว (อันนี้ตามคห.ของจขบ.นะ เนื่องจากพนักงานมันไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น เลยเปิดคู่มือดู ซึ่งรู้สึกว่าพนักงานจะอ่านมันไม่ค่อยละเอียดสักเท่าไร) ทำให้เครื่องแฮงค์ ถอนเงินที่นึงเงินออกมาสองเท่า ซึ่งจากเหตุการณ์นั้นทำให้ธนาคารเสียเงินไปกว่า 130,000 บาท ซึ่งก็ต้องเป็นหน้าที่ของจิ๊บที่จะต้องเคีลยร์ สืบเสาะ ค้นหาคนที่ถอนเงิน และตามเงินคืนมาให้หมด

แต่ด้วยความหัวหมอของจิ๊บ เลยท้าเสือให้แข่งกัน ว่าคนไหนทวงเงินกลับมาได้ก่อน คนนั้นจะได้ทำงานที่นี่ต่อ แต่ใครทำไม่ได้ จะต้องลาออก (ตอนแรกทั้งสองมันไม่ยอมลาออกกัน) ซึ่งใครจะส่งเงินได้ก่อนกันก็ต้องติดตามดู

 

***จบสปอยล์จ้้า…***

 

สรุป – โอเคนะครับ น่าติดตามดี แต่อย่างที่ว่าหนังเรื่องนี้เขาไม่เน้นบทสักเท่าไรเลย เนื้อเรื่องเลยไม่ค่อยหักมุมเท่าไร ตอนจบพอเดาได้ และก็ไม่ค่อยประทับใจด้วย **ถือว่าผิดคาด+ผิดหวังมากสำหรับค่ายนี้**

 

นักแสดง (10/10)

ผมว่าหนังเรื่องนี้ เป็นหนังเรื่องหนึ่งของ จีทีเอช ที่งัดนักแสดงชื่อดังมาคับคั่งจริงๆ เช่นๆ เผือก เนื้อคู่ประตูถัดไป — แจ็ค แฟนฉัน — เอิร์ธ ซักซี้ด — เต๋อ ฉันทวิชช์ — ตุ้ยตุ่ย พุทธชาติ — ป๊อบ แคลอรี่บลาๆ — โจ๊ก โซคูล ฯลฯ และได้นักแสดงใหม่อย่าง ไอซ์ ปรีชญา ซึ่งจขบ.อยากบอกว่า น่ารัก + สวยสุโค่ย นึกว่าดาราเกาหลีมาเองซะอีก 555 ซึ่งนอกจากเรื่องหน้าตา + ความโด่งดังของนักแสดงแล้ว เรื่องแอคติ้งในเรื่องนี้ก็ถืว่าดีมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะการแสดงผ่านทางสีหน้า (ซึ่งพยายามทำให้ฮา) ก็ฮาจริงๆ ถือทำมาได้ฟิลลิ่งมากๆ ถึงแม้จะดูหลุดโลกไปหน่อย

 

ความฮา (10++/10) **สปอยล์อีกนิด**

จขบ.แนะนำอย่างแรงกล้า สำหรับคนที่ไม่ซีเรียสกับเรื่องเนื้อเรื่องอะไรมากนัก เอาแต่ฮาอย่างเดียว ให้ไปดูหนังเรื่องนี้

จขบ.อยากจะบอกตรงๆว่า จขบ.ไม่ใช่คนเส้นตื้นแต่ประการใด แต่ว่าเมื่อได้มาดูหนังเรื่องนี้ จขบ.หัวเราะได้แทบทุกนาทีของหนังเรื่องนี้ คือแบบว่า ปล่อยมุขมาเยอะมากพอสมควร ถึงแม้ตัวละครบางตัวจะดูติงต๊องไร้เหตุผลไปหน่อย (นั่นแหละตัวทำให้ฮาเลย) และก็การแสดงอารมณ์ผ่านทางใบหน้าก็ทำให้ฮาได้เป็นระยะๆ (ยกตัวอย่าง — เมื่อแป๊ดได้รู้ความจริงว่าเสือจะมาทวงเงินคนที่กดเงินเพิ่มคืน แป๊ดหันหน้าออกจากเสือ แล้วทำหน้าประมาณว่า “ซวยแล้วตรู”) และก็มีอีกหลายมุข หลายแบบ หลายสไตล์ หยอดเป็นระยะๆ

แต่เท่าที่เห็นเห็นมุขที่ฮาที่สุด คือ ฉากที่พวกพระเอกพาจระเข้ของจ่าแซมเข้ารพ. ซึ่งกริยาท่าทางของบุคคลากร คนไข้ในรพ. กลัวแบบโอเวอร์มาก โยนเอกสารทิ้ง หนีลูกเดียว (ถ้าเกิดทำท่าตกใจธรรมดา ก็คงจะไม่ฮามาก)

 

สรุป – ถึงแม้คุณจะเส้นหนาแค่ไหน รับรองว่ามีสักฉากนึงที่คุณต้องขำ

 

ความประทับใจ (2/10)

หนังเรื่องนี้สร้างความประทับใจให้แก่จขบ.น้อยมั่กมาก แทบจะไม่มีซะด้วยซ้ำ คือมันเน้นฮาแบบเดียวเลยอะ ฉากซึ้งๆก็มาช่วง 10 นาทีสุดท้ายเท่านั้น แบบไม่ไ้ด้ฟิลลิ่งแบบว่าเสือ และจิ๊บเป็นคู่รักกันจริงๆ เหมือนศัตรูกันมากกว่า ทางผกก.น่าจะแบ่งเวลาให้กับแนวโรแมนติค ดราม่าหน่อยก็น่าจะดี จขบ.ว่ามีสิ่งเดียวที่อาจทำให้ผู้ชมยังพอจำได้นั่นก็คือท่าที่ควักหัวใจ ส่งให้ ที่ปื๊ด กับก็อบทำ และปิดท้ายด้วยคู่ของพระเอก – นางเอกทำ ซึ่งทำออกมาได้น่ารัก และเป็นที่น่าจดจำมาก

 

ตัดต่อ – เสียง (10/10)

เป็นที่ทราบดี จีทีเอช มืออาชีพในด้านนี้อยู่แล้ว ตัดต่อแบบถึงใจสุดๆ (อธิบายไม่ถูกแฮะ) ดูแปลกใหม่ แต่ก็ลื่นไหลดี เสียงซาวด์เอฟเฟค หนังเรื่องนี้งัดมาใช้บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาตัวละครทำสีหน้าไม่ดีประมาณนี้ ก็เท่าที่ดูมาก็ไม่มีข้อตินะ

 

ความสมจริง (2/10)

ไม่เหนือดความคาดหมายมากนัก สำหรับหนังตลก ถ้าให้สมจริงมากมันก็ไม่ค่อยจะฮาเท่าไร เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบแนวนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ซีเรียสอะไร หัวข้อนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร 

ความไม่สมจริงที่เห็นได้ชัดๆเลยก็คือ ความโอเวอร์ของตัวละคร ที่ค่อนข้างจะดูบ้าบิ่นไปหน่อย (ไม่อยากจะอธิบายมาก จขบ.ทราบว่าคงไม่มีใครสนใจหัวข้อนี้เท่าไร 555) และมีฉากนึงที่เสือโดนจิ๊บแกล้ง เอาเข็มหมุดไปวางบนพื้น เสือคลานโดนเข็มหมุดปักเต็มๆ แต่ไหงไม่มีเลือดไหลซะงั้นอะ/// ที่เหลือผมว่าก็เหมาะสมดีครับ

 

สรุป (6/10)

หนังตลกเรื่องดีเรื่องนึงของจีทีเอช และวงการหนังไทยเลยทีเดียวครับ (ยังดีกว่าหนังค่ายอื่น ที่เขาว่ากันว่าเป็นหนังตลก แต่ก็ไม่ค่อยจะฮามากสักเท่าไร) แต่น่าเสียดายตรงเนื้อเรื่องนี่แหละครับ ผิดคาด และผิดหวังจริงๆ และก็ความประทับใจด้วย นึกว่าจะได้สักครึ่งนึงของกวนมึนโฮ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ แต่ไม่เลย ไม่ถึงเสี้ยวซะด้วยซ้ำ ไอ้ตรงนี้ก็น่าผิดหวัง(ขั้นรุนแรงเลย) เหมือนหนังนี้มีอยู่ฟิลลิ่งเดียว คือฮา มันก็มีเศร้านะ แต่มันมีแค่นิ๊ดเดียว ไม่ทำให้ผู้ชมซึ้งได้เลย

ใครที่อยากคลายเครียด ไม่ได้เครียดไรมาก ก็ไปดูเลยครับ รับรองว่าฮาอย่างแน่นอน แต่อย่าหวังว่าจะได้ความประทับใจกลับไปเหมือน “กวนมึนโฮ” และ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”

 

Judgement !!! — จขบ.ให้หนังเรื่องนี้คุ้มทุนกับค่าตั๋วละกัน ค่าความฮา (90 บาท) ค่านักแสดง (50 บาท) 

 

 

 

 

Review : Terminal 21 ศูนย์การค้าใหม่ ใจกลางกรุง

หลังจากที่ห่างหายจากการรีวิวไปนานนับแรมเดือน ในที่สุด จขบ. ก็ต้องมานั่งรีวิว (มันเป็นงาน ต้องส่งอ.) อีกสักผลงาน คราวนี้ไม่ใช่เกม แต่จะรีวิวศูนย์การค้า (เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว ตจว. ที่นานๆทีจะเข้ากรุงเทพสักครั้งนึง // สำหรับชาวกรุง จขบ.แนะนำให้ไปสักครั้งนึงก็ยังดีครับ ไปเปิดหูเปิดตาบ้าง)

 

กล่าวถึงรายละเอียดของที่นี่สักเล็กน้อย เทอร์มินัล 21 นั้น บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮาส์ เป็นเจ้าของ โดยเป็นศูนย์การค้าจำนวน 9 ชั้น ขนาด 145,000 ตรม. คอนเซปต์ของที่นี่ก็คือ รวมโลกทั้งใบไว้ที่นี่ที่เดียว

 

ทำเล (10/10) – ไม่ต้องพูดถึงเลย เป็นศูนย์กลางค้าที่ได้เปรียบในเรื่องทำเลมาก (พอๆกับพารากอนเลย) ติดทั้ง บีทีเอส อโศก และรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีสุขุมวิท ซึ่งก็ไม่ต้องกล่าวอีกเหมือนกันว่า แถวนั้นกำลังซื้อเยอะแค่ไหน มีทั้งนักท่องเที่ยว ทั้งไทย และเทศ + พนักงานออฟฟิศ และยังมีขานักช็อปอีก ที่ตั้งก็อยู่ที่ สุขุมวิท 21 ติดๆกับแยก อโศก มนตรีเลย

 

 

ที่จริงแล้วข้างบนของเทอร์มินัล 21 เป็นโรงแรม และก็เซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ครับ จำนวน 42 ชั้น (จะไม่ลงละเอียดมาก เพราะไม่เีกี่ยวกัน) เลยแอบจิ๊กแผนที่มาหน่อย ยังไงซะมันก็ไปถึงเหมือนกัน

 

การตกแต่ง (10/10) – ไร้ที่ติครับ แถมยังเจ๋งกว่าศูนย์การค้าอื่นในเมืองไทยแน่นอน คารวะความคิดของผู้คิดจริงๆ การตกแต่งนั้นทุกชั้นจะไม่เหมือนกัน ตามแต่ว่าชั้นนั้นจะเป็นของประเทศใด ก็จะตกแต่งเลียนแบบสถาปัตยกรรมของประเทศ หรือเมืองนั้น รวมทั้งสิ่งสำคัญต่างๆ แบบที่ใครๆผ่านไปก็ต้องรู้ว่าเป็นของที่ไหน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาที่นี่มากมาย (ที่จริงมันก็ไม่ต่างจากที่อื่นมากเท่าไรหรอก ถ้านับเรื่องของที่ขายนะ)

 

 

บอกไว้ก่อนนะครับว่าภาพที่ได้มานั้น คนถ่ายไม่ใช่ผมครับ พอดีเห็นคนอื่นเขาถ่ายกันเยอะแยะ เลยขี้เกียจถ่าย 555 เครดิตขึ้นอยู่ที่รูปแล้วครับ ในโพสต์นี้จะลงรูปแค่บางส่วนนะครับ ใครอยากดูมากกว่านี้ไปตาม (ข้างในมีรูปที่ถ่ายจากห้องน้ำด้วย จขบ. รับรองว่าสวยมาก) ลิงค์นี้เลย http://www.oknation.net/blog/daytripbyjumbosun/2011/10/17/entry-1

 

ซึ่งจะมาเริ่มกันที่ชั้น LG เลย เป็นชั้นล่างสุดของที่นี่ครับ (ถ้าไม่นับลานจอดรถที่ลงไปอีก) แต่ก็ไม่ใช่ชั้นพื้นดินนะครับ ยังอยู่ในชั้นใต้ดิน ตีมของชั้นนี้ก็คือ แคริบเบียน

 

 

ขึ้นมาที่ชั้น G ชั้นนี้เป็นชั้นพื้นดินจริงๆแล้ว ตีมของชั้นนี้คือ กรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลีครับ

 

 

ขึ้นมาที่ชั้น M ถ้าเกิดใครที่มาจากบีทีเอส หรือข้ามฝั่งมาขึ้นที่นี่ จะเจอชั้นนี้เป็นชั้นแรกครับ ตีมของชั้นนี้คือ กรุงปารีส

 

 

มากันต่อที่ชั้น 1 เป็นตีมของ กรุงโตเกียว

 

 

มากันที่ชั้นที่ 2 เป็นตีมของกรุงลอนดอน

 

 

ชั้น 3 เป็นตีมของเมืองอิสตันบูล ของตุรกีครับ

 

 

ชั้น 4 – 5 เป็นตีมของซานฟราซิสโกครับ ชั้น 4 เป็นในตัวเมือง ส่วนชั้น 5 เป็นส่วนท่าเรือ

 

 

ชั้น 6 เป็นส่วนของโรงภาพยนตร์ เอสเอฟซี ครับ + ส่วนไอที และก็ร้านกาแฟนิดๆหน่อยๆครับ ได้ตีมของ ฮอลลีวูด

 

เอาไปชมกันแบบหอมปากหอมคอ คงอยากไปสิท่า 555

 

ร้านค้า (6/10) – ถึงแม้ว่าที่นี่ออกจะดูเลิศเลอเพอร์เฟคไปสักทุกอย่าง แต่ที่นี่ก็ไม่ได้มีครบครันเสมอไป เนื่องจากที่นี่ยังมีขนาดเล็กกว่าพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ อยู่มาก(ๆ) (140,000 ตรม. กับ 5 แสน ตรม. หลายเท่าตัวเลยนะ) ถ้าหักออกเหลือแค่ร้านเช่าพื้นที่มีเพียงแค่ 55,000 ตรม. เท่านั้น (แต่ก็อัดได้เข้าไปหลายร้านเลยทีเดียว) ส่วนมากที่นี่จะเน้นไปที่ร้านอาหาร + ร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์เนม  และร้านเช่าโนเนม (พวกโนเนมส่วนมากจะขายแต่ของผู้หญิง) อย่างร้านขายเครื่องเขียนก็ไม่มี ร้านขายไอทีโดยเฉพาะ (แบบพวกขายทีวีอะไรพวกเนี้ย) ไม่มี (มีแต่บานาน่า ไอที ที่ขายแต่อุปกรณ์คอม และก็ร้านเช่า ขายพวกมือถือ พวกคอมอยู่ตรงชั้น 6) Gourmet Market ก็เล็กสุดๆ (แบบไปซื้อของก็ไม่ค่อยมีครบ แถมไม่มีที่จะให้เดินอีก) เล็กกว่า โฮมเฟรซมาร์ท อีก

 

ความสะดวกสบาย (6/10) – ไม่รู้ว่าเป็นข้อดีหรือข้อเสียดี สำหรับการตกแต่งของที่นี่ ที่ทำให้ลูกค้าทั้งไทย และเทศ ต่างแห่กันมาที่นี่นอกจากจะช็อปแล้ว ก็มาถ่ายรูปด้วย ซึ่ง จขบ. อยากจะบอกว่า “คนก็เยอะแทบจะไม่มีที่ให้เดินด้วย (เข้าใจสภาพลูกค้าประมาณหลักหมื่น + ห้างก็ไม่ค่อยใหญ่เท่าไร) แถมยังจะมีคนจอดถ่ายรูปอีก บางทีเดินไป ไปบังหน้ากล้องเขาแบบไม่รู้ตัว ต้องก้มรีบวิ่งผ่านไปก่อน บางคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลัง จขบ. ไม่แนะนำให้ไปที่นี่โดยเด็ดขาด เดี๋ยวอาการจะหนักขึ้นกว่านี้อีก 555” (สภาพยิ่งกว่าพารากอนอีก) เรื่องห้องน้ำถือว่าทันสมัยไฮโซมาก เป็นชักโครกแบบไฟฟ้า (จขบ.เรียกไม่ถูก ที่บ้านไม่มี 555) แต่ถือว่ามันก็เป็นข้อเสียนะ บางคนเข้าไปนาน (โดยเฉพาะผู้หญิง) ไม่ใช่ทำธุระนานหรอกนะ แต่เป็นเพราะกดชักโครกเล่น ไม่ก็กดไม่เป็น 555 บันไดเลื่อนกับลิฟต์ ถือว่าพอเพียงครับ มีแบ่งถึง 2 โซนด้วยกันเลย แถมยังมีบันไดเลื่อนลัดจากชั้น M ไปยังชั้น 3 อีกด้วย (น่าจะเป็นบันไดเลื่อนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยด้วยมั้ง) เครื่องปรับอากาศก็กำลังดีเลยครับ

 

 

การบริการ (10/10) – โดนใจ จขบ. ไปเต็มๆครับ ตอนแรกเดินเข้าไป นึกว่ายามจะนิ่งๆไม่ทักทายอะไร ปรากฎว่ายามเขายกมือทักทายด้วย (แบบที่ตำรวจ ทหาร ลูกเสือ เขาทำกันอะ แต่จำไม่ได้ว่าเขาเรียกว่าอะไร) พนักงานรักษาความปลอดภัย หรือแม้แต่อินฟอร์เมชั่น ก็มีอย่างทั่วถึงครับ ที่นี่มีระบบจอทัชสกรีนค้นหาร้าน และก็ดูแผนผังของแต่ละชั้นได้ด้วย

 

ราคา (7/10) – เนื่องจากราคาค่าเช่าที่นี่แพงสุดตรีน (ขออนุญาตด่าเหอะ) พอดี จขบ. ไปถามเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าแห่งนึง ขนาดร้านรู้สึกจะประมาณ 6 – 8 ตรม. เขาบอกว่าค่าเช่าเดือนนึงตกอยู่ที่ 45,000 บาท (พระเจ้าช่วยร้านนิดเดียว ค่าที่สุดๆ) แต่เขาบอกว่าล็อคนี่แพงสุด(ถ้าเทียบกับพื้นที่ขนาดเดียวกันนะ) ในที่นี่แล้ว เขาบอกว่าได้ล็อคติดบีทีเอส (ไม่ทราบว่ามันติดตรงไหน คือว่ามันอยู่ชั้น 1 แต่ว่าบีทีเอสอยู่ชั้น M) แต่ก็จริงอยู่ส่วนหนึ่ง คือว่าขึ้นมาจากชั้น M ก็มาเจอล็อคนี้เลย ไม่ว่าอย่างไรก็ตามแต่ จขบ. คิดว่าราคาเสื้อผ้าต่างๆ ในร้านเช่า (ไม่ใช่พวกแบรนด์เนม ร้านใหญ่ๆนะ) ส่วนมากมักจะ +ราคาค่าที่ไปอย่างสูงมากเลยทีเดียว อย่างเสื้อธรรมดาๆตัวนึง จขบ.ไปเห็นร้านนึง 1,300 บาท (โอ้แม่เจ้า) ถึงแม้ราคาอาจจะแพงกว่าพวกแพลทินัม หรือศูนย์การค้าแถวๆประตูน้ำก็ตาม แต่ผมว่าที่เทอร์มินัล เสื้อผ้า +การตกแต่งร้าน นี่อีกเกรดเลยครับ ที่นี่เหนือกว่าเยอะ คือทุกร้านแต่งแบบไม่น้อยหน้าเลย สวยงามทั้งนั้น

 

ความประทับใจ (4/10) – เนื่องจากอาจจะเป็นห้างที่เปิดใหม่ จึงทำให้คะแนนในด้านความสะดวกสบายโดนหักไปเยอะเหมือน (จขบ. คาดว่า ถ้าเกิดกลับสู่สภาพปกติลูกค้าคงลดจากวันนี้ไป 20 – 30 เปอร์เซนต์) แต่ยังไงซะ จขบ. ก็รีวิวแบบ ณ วันนี้เลย (ให้คะแนนแบบไม่สนใจอนาคต กะไม่ถูก) คือว่าตอนแรกๆไปแล้วค่อนข้างอารมณ์เสีย คนเยอะมากๆๆๆ จะหาที่นั่งกินกาแฟ ปรากฎว่าส่วนมากก็เต็มหมดแล้ว กว่าจะหาที่นั่งได้ก็ล่อไป ชม. กว่า อีกอย่างผมก็ไม่ค่อยสนใจการตกแต่งอะไรเท่าไรหรอก ถ้าเกิดเทียบเรื่องอื่นๆแล้ว เทียบไม่ไ้ด้กับพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์เลยครับ

 

สรุป (7.5/10) – ก็เป็นศูนย์การค้าที่ดีอีกแห่งนึง ถือว่า”กล้ามาก”ที่มาตั้งอยู่แถวนี้ ทั้งๆที่แถวนั้นร้านขายก็มีเยอะแยะ ศูนย์การค้าก็มีเยอะแยะ อย่าพวกชิดลม ราชประสงค์ใกล้ๆก็อินเตอร์เชนจ์ แต่การตลาดของที่นี่ดีจริงๆครับ เหมือนเอาทั้งโลกมารวมไว้ที่นี่ที่เดียวจริง (แค่การตกแต่งนะ) ถ้าเกิดใครที่อยากหาที่ช็อปแบบที่ดีๆ ไม่เอาร้านเช่าที่่ขายเสื้อผ้า และไม่อยากจะไปถ่ายรูป จขบ.แนะนำอย่างแรงกล้าไปเดินพารากอน แถบๆนั้นจะดีกว่าครับ แต่ถ้าเกิดใครที่เบื่อๆพารากอน อยากหาอะไรใหม่ จขบ.ก็แนะนำอย่างแรงกล้าให้มาที่นี่เหมือนกัน เพราะที่นี่ก็มีร้านใหม่ๆมาลงเยอะเหมือนกัน

 

ส่วนพวกนักท่องเที่ยว ตจว. ที่นานๆที่มาครั้งนึง และมีเวลาจำกัด และตั้งแต่ที่มากรุงเทพยังไม่เคยช็อปที่ไหนเลย แนะนำ (ถ้าเกิดไม่อยากถ่ายรูปไปโชว์เพื่อนๆนะ) ไปเดินแถบราชประสงค์จะดีกว่าเยอะเลยครับ ไม่ต้องไปเสียเวลากับที่นี่หรอก

 

และสุดท้าย ไม่รู้ว่าผมได้ยินจากไหนนะว่าที่นี่จะไปตีตลาดแข่งกับพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ ผมบอกตรงๆว่ายากมากๆครับ พื้นที่จัดงานอีเวนท์ยังไม่มีให้จัดเลย ถ้าเกิดจัดงานอีเวนท์เล็กๆพอทำได้ เพราะยังมีลานโล่งๆ (ที่ไม่ใหญ่สักเท่าไร) มีอยู่    ขนาดที่นี่ก็ไม่ใหญ่มาก ของก็มีไม่ครบครัน แต่ถ้าเกิดนับขนาดแล้วถือว่าได้แค่นี้ก็หรูแล้วครับ มีพื้นที่แค่ 9 ไร่เอง ที่นี่มันก็เป็นเซ็นทรัลเวิลด์ขนาดย่อม ที่มีร้านเช่าเยอะเท่านั้น

Review : Dino Crisis 2 (PSX)

วันนี้มีฤกษ์งาม งานดีที่จะเปิดหมวดหมู่ใหม่ของบล็อคนี้ บล็อคนี้จะรีวิวทุกสิ่งทุกอย่างที่จขบ.อยากจะรีวิว ส่วนเรื่องเกมคือว่าแคปรูปจากเครื่องของพ่อไว้ก่อนแล้ว ช่วงนี้พ่อก็แตะตลอดเวลาเลย เลยยังไม่มีเวลาเอารูปมาเลย ส่วนแปลเพลงช่วงนี้ขอพักสักพักนึงก่อนครับ

เนื่องจากเมื่อวานมันเป็นความโชคดี (ในความโชคร้าย) เกิดความอยากเล่นเกมเพลย์ 2 อย่างหน้ามืดตามัว เลยไปปัดฝุ่นเครื่องเกมที่ไม่ได้แตะมานานนมแล้ว ปรากฎว่าเล่นแผ่นดีวีดีไม่ได้สักแผ่นเลย (เครื่องมันก็จะไปแล้วซื้อมาตั้งแต่ปี 2005) ก็เลยหยิบเจ้าแผ่นซีดีมาลองเล่นดู และได้เลือกหยิบแผ่นเกมไดโน ไครซิส 2 ซึ่งออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2000 (-0- ช่วงนั้นคุณพ่อก็ซื้อช่วงแรกๆที่มันออกมาด้วย) ไม่น่าเชื่อว่ามันจะยังเล่นได้อยู่ 555 จากที่เล่นมาแล้ว…

เนื้อเรื่อง – (7/10)

เนื้อเรื่องส่วนตัวแล้วก็ถือว่าใช้ได้ แต่ถามว่าประทับใจไหม?? ผมว่าไม่เท่าไร แต่ก็ถือว่าน่าติดตามอยู่.. เนื้อเรื่องจะต่อจากภาคที่ 1 (เหตุการณ์ภาคที่ 1 เกิดในปี 2009 ซึ่งเป็นอนาคต *คงเข้าใจนะว่าเกมภาคแรกมันออกในปี 1999) ในปี 2010 หน่วยงาน TRAT ได้ส่งหน่วย(ย้อนเวลา)มาค้นหาข้้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัย Third Energy ของดร.เคิร์ก (จากภาคแรก ในที่นี้จะไม่ยันไปถึงภาค 1 นะครับ อยากรู้ต้องไปหาเพิ่มเอง) แต่ในขณะที่ตั้งหลักปักฐานนั้น ก็ได้มีหมู่ไดโนเสาร์ได้เข้ามาบุกโจมตี ค่ายของหน่วยงาน ทุกคนที่มานั้นตายหมดยกเว้นเรจิน่า (ตัวเอกจากภาคหนึ่ง) ดีแลน (ตัวเอกที่เพิ่งโผล่ในภาคนี้) และเดวิด ในขณะที่ 3 คนใกล้จะโดนไดโนเสาร์ขย้ำไปแล้ว ปรากฎว่าเกิดความโชดีในความโชคร้ายขึ้น (อีกแล้ว) ดันไปเจอที-เร็กซ์เข้าให้ พวกลูกกระจ็อคเลยหนีไปหมด ในขณะที่ 3 จะโดนทีเร็กซ์ขย้ำ (อีกแล้ว) เฮียเดวิดได้โชว์เหนือยิงบาูซูก้าเข้าใส่ทีเร็กซ์ แต่อย่านะนึกว่ามันจะตายง่ายๆ มันแค่ตาบอด (จะอึดไปถึงไหน) จึงทำให้เจ้าทีเร็กซ์โกรธมาก ไล่ขย้ำตัวเอกทั้ง 2 ปรากฎว่าทั้ง 2 ผลัดตกลงมาหน้าผา จึงทำให้ตัวทั้ง 2 ไม่ทราบชะตากรรมของเดวิด และทั้ง 3 จะต้องหาข้อูลงานวิจัยกลับไปด้วย

และในเนื้อเรื่องหลัก จะมีเนื้อเรื่องเสริมที่ถือว่าตรงนี้เป็นตัวทำให้คนเล่นอยากเล่นต่อไป เพราะอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป คือขบวนการสามสาว ที่มักจะลอบทำร้ายตัวเอกของเราอยู่เสมอ แต่ก็มีคนนึงไม่ได้ทำอย่างนั้น เพราะมีความสัมพันธ์ลับๆกับตัวเอกของเรา นี่คือแค่น้ำจิ้มนะครับ จะให้พิมพ์มากคงจะเท่ากับเพชรพระอุมาทั้งชุด (ให้มันจริง)

สรุปแล้วเนื้อเรื่องทั่วไป เพียงแต่ไม่น่าเกลียด และชวนให้น่าติดตาม

ระบบการเล่น – (10/10)

อยากจะบอกว่าเป็นอะไรที่เป็นอภิมหึมามหาความสนุกที่สุด น่าประทับใจระบบการเล่นมาก เป็นภาคเดียวในซีรีย์ไดโน ไครซิส ที่ใช้ระบบล่าแต้ม ก็คือฆ่าไดโนเสาร์แต่ละพันธุ์ก็จะมีแต้มแตกต่างกันไป แถมยังมีคอมโบ และแต้มพิเศษสำหรับโนดาเมจในแต่ละพื้นที่ด้วย -0- ส่วนแต้มนั้นสามารถเอาไปซื้อยา ซื้อปืนใหม่ ซื้อเครื่องมือต่างๆ หรือแม้กระทั่งอัพเกรดความกระสุนของปืนได้ และอีกส่วนนึงที่ชอบคือคุณสามารถถือปีนยิงไป เดินไปได้ และที่สำคัญคุณสามารถเล่นเป็นดีแลน และเรจีน่าได้ ซึ่งอาวุธทั้งสองก็ไม่เหมือนกันด้วย แถมยังสามารถขับรถถัง ใช้ปืนหนักบนเรือ บนรถ จีงทำให้เกมแปลกใหม่ ไม่น่าเบื่อ ส่วนเรื่องอื่นๆก็ถือว่าไม่ค่อยแปลกใหม่เท่าไรแต่ก็ไม่ได้บั่นทอนความสนุกแต่อย่างไร

กราฟิค (8/10)

กราฟิคในเพลย์ 1 ย้ำนะครับว่าเพลย์ 1 ถ้าเกิดไปในคอมผมจะให้ (3/10) ในทันที คือในคอมมันเป็นอะไรที่น่าเกลียดที่สุดใน 3 โลก (อยากรู้ต้องไปดูเอง มีคลิปให้ดูทางด้านล่างครับ บอกเล่ามันจะสื่อภาพไม่ค่อยเห็นเท่าไร) กราฟิคในเพลย์ 1 ในสมัยนั้นถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ตามยุคตามสมัย แต่ในสมัยนี้ก็ยังถือว่ารับได้ น่าเสียดายที่หนังซีจีน้อยไปหน่อย น่าจะเพราะด้วยความประหยัดทรัพยากรของแคปคอม ที่เกมนี้มันมีแค่แผ่นเดียว

เสียง (6/10)

คือเพลงในเกมก็ภือว่าดี ในช่วงแรกยอมรับว่าดีมากสนุกมาก แต่ไปๆมาๆเริ่มไม่มันละ แถมยังมีช่วงนึงไม่มีเสียงเพลง มีแต่เสียงปืน และก็เสียงเดิน เสียงไดโนเสาร์ เสียงแอฟเฟคของปืน ไดโนเสาร์ ก็สมน้ำสมเนื้อ ไม่มีอะไรให้ติ เสียงพากย์ก็เช่นกัน

อื่นๆ (5/10)

พูดถึงข้อดีก่อนเลย ชอบหน้าต่างเมนู แทบพลัง และแผนที่ของเกมนี้มาก ยังถือว่าทันสมัยมาก และยังไม่เชย เข้าใจง่าย (มีให้ชมในคลิปทางด้านล่างเช่นกัน) ถือว่าเปลี่ยนไปจากภาค 1 ที่ดูธรรมดาไม่สวยงามเป็นอย่างมาก เพียงแค่เวลาเพียงปีเดียวเท่านั้น ข้อเสีย เกมมันง่ายไป(ไม่)หน่อย นี่ขนาดเล่นโหมดนอร์มอลนะ ตายไปแค่ 2 ครั้ง (จขบ.เล่นเกมไม่เก่ง) ตายเพราะไปโดนเห็ดพิษ (ตอนนั้นมันกะระยะทางไม่ถูก โดนครั้งเดียวเดท) และก็ตอนใกล้จบ (ประมาทไปหน่อย ปล่อยให้พอลล่าตาย) ไม่เคยโดนเพราะไดโนเสาร์สักครั้งเลย เนื่องจากแต้มหาง่ายมากๆ (ช่วงแรกอาจจะไม่ลงตัว ขาดมืออยู่บ้าง แต่หลังจากที่สามารถไปที่ Third Energy facility แต้มกลายเป็นสิ่งที่หาง่ายมาก คือเล่นตัวเรจีน่า ใช้ปืนกลหนักราคาประมาณ 3 หมื่นแต้ม เอาไปยิงไดโนเสาร์คอยาว เพียงนัดเดียวตาย ซึ่งคอมโบกระหน่ำ แต้มได้เยอะ แถมยังโนดาเมจอีก จึงทำให้ในแต่ละห้องได้แต้มไปไม่น้อยกว่า 2 หมื่นแต้ม แต่ยังดี(มั้ง)ทีมันโผล่มาแค่ 2 ครั้ง และก็บอสให้แต่ละตัวไม่ได้ตายเพราะลูกกระสุนเรา เราแค่เพียงสั่งให้ปืนจากดาวเทียมยิงมาใส่บอสซะ (พูดถึงบอสใหญ่เลย) ต่อให้ไม่ยิงก็สามารถผ่านได้ เพียงแต่อาจจะเสียพลังหน่อย อย่างทีเร็กซ์ก็ตายเพราะโดนมิสซาย -*- มันทำให้ไม่เกิดความภูมิใจในตัวผู้เล่นเลย จึงทำให้เกมนี้ไม่ท้าทายนัก ข้อเสียสุดท้ายเกมมันจบเร็วไปหน่อย คือว่าถ้าไม่ใช่เกมที่ไม่สนุกผมก็ภาวนาให้มันจบเร็วๆอะดีแล้ว แต่เกมนี้สนุกมากๆ ไม่อยากให้มันจบเร็วขนาดนี้เลย น่าจะทำแผ่นสองมาด้วย (ผมเล่นแค่ 4 ชม. จบแล้ว)

ตัวอย่างแผนที่ในเกมครับ

สรุป (9/10)

เป็นเกมที่สนุกสุด ที่เยี่ยมที่สุด ในซีรีย์ไดโน ไครซิสครับ และเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่สนุกที่สุด ภาคแรกก็สนุกนะ แต่ภาค 3 นี่มันหลุดโลก (ไปอวกาศนู้น ความสนุกแทบไม่มี) สมแล้วกับยอดขายที่ 2 ภาึคแรกติดอยู่ในท็อป 50 เกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของแคปคอม สนุกมากๆครับ สำหรับผมแล้วที่ให้ 9/10 ทั้งๆที่คะแนนข้างบนไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไร เพราะไอ้เรื่องที่ติๆมาผมไม่ค่อยมายด์เท่าไร (ซึ่งคนอื่นอาจจะมายด์) ถ้าเกิดให้คะแนนแบบเป็นธรรม (คะแนนเฉลี่ยจากทั้งหมด) ก็จะได้คะแนนไป 7/10 ที่ไม่ชอบของผมก็มีอยู่อย่างเดียวแต้มมันหาง่ายไปหน่อย ที่เหลือผมไม่มายด์จริงๆ

นี่แหละคือเกมจากในคอม ป่วยมาก คือตัวละคนก็พัฒนาจากเพลย์นะยังรับได้ แต่ฉากมันไม่ได้พัฒนาเลย แถมห่วยอีก มัวมาก มันไม่เข้ากัน ให้ผมเล่น ผมก็ไม่เล่นหรอก มันน่าจะทำให้สวยกว่านี้(เยอะ)หน่อย ส่วนหน้าต่างเมนูในเวอร์ชั่นเพลย์ และคอมเหมือนกันเป๊ะครับ ชมเองว่ามันเมพขนาดไหน