Week 4th : MI 4 ที่สุดของความมัน ที่สุดของความสนุก ที่สุดของความลุ้น


 

 

กลับมาแล้วครับ หลังจากที่หายจากหมวดหมู่นี้ไปนับแรมเดือน เนื่องจากติดภาระงานที่แทบจะหัว และบลาๆอีกมากมาย วันนี้ค่อนข้างว่าง เลยมาแนะนำหนังเรื่องนึง (ตอนแรกกะจะรีวิว แต่ขี้เกียจนั่งวนย้อนดูสามภาคก่อนหน้า  เพราะจำไม่ไ่ด้ 555) ซึ่งเป็นหนังที่ค่อนข้างดังพอสมควรเลยอย่าง Mission Impossible ซึ่งถือเป็นสโลแกนของ Ethan Hunt หรือทอม คุ้ย เอ้ย Tom Cruise นั่นเอง ซึ่งซีรีย์นี้เริ่มต้นตั้งแต่ 15 ปีที่แล้ว เฉลี่ยๆแล้วกว่าแต่ละภาคจะออกก็ปากันไปตั้ง 5 ปีเลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็แปลว่าเก้าอี้ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นั้นก็เคลื่อนที่อยู่ตลอด ซึ่งวันนี้จะมาแนะนำภาคใหม่ล่าสุดสดๆร้อนอย่าง Mission: Impossible – Ghost Protocol หรือมิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิการไร้เงา (ชื่อซะ 555)

 

 

 

 

เนื้อเรื่อง **สปอยล์เล็กน้อยครับ ไม่อยากเสียอรรถรสอย่าดู**

 

 

 

เนื้อเรื่องก็ยังมีอีธาน ฮันท์เป็นตัวเอกเหมือนเดิม ซึ่งฉากแรกขึ้นมาก็โผล่มาที่บูดาเปส ที่ฮานาเวย์ สมาิชิกของไอเอ็มเอฟ ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ที่พระเอกอยู่ โดนซาเบียงนักฆ่าชาวฝรั่งเศสลอบฆ่า หลังจากนั้นก็มาที่อีธาน ฮันท์ที่ติดคุกอยู่ที่รัสเซีย เนื่องจากไปฆ่าชาวเซอร์เบีย ซึ่งทีมของฮันท์ได้ช่วยปล่อยเขาและเพื่อนออกมา เพื่อมารับภารกิจอันสุดแสนจะอิมพอสซิเบิ้ล นั่นก็คือการไปหาข้อมูลของโคบอลต์ (ซึ่งทำงานในหน่วยข่าวกรองของรัสเซีย) เนื่องจากซาบีนไ้ด้ฆ่าฮานาเวย์ เพื่อนำรหัสปล่อยนิวเคลียร์ไปขายแก่โคบอลต์ เพื่อจะได้รัดตัวโคบอลต์ได้อย่างคาหนังคาเขา

 

ซึ่งหลังจากนั้นทีมของพระเอกก็ได้ไปที่เครมลิน เพื่อไปหาข้อมูลของโคบอลต์  แต่ปรากฎว่าข้อมูลเหล่านั้นไม่อยู่ แถมยังโดนซ้อนแผนอีก (เอาเข้าไป) ใส่ร้ายแหละง่ายๆ โคบอลต์รู้ทัน วางระบาดขนาดใหญ่ที่เครมลิน โดยโบยความผิดไปที่ทีมพระเอก ซึ่งหลังจากที่พระเอกบาดเจ็บจากระเบิด ตื่นขึ้นมาพบกับหน่วยงานของรัสเซียที่จะตามจับพระเอกอยู่ แต่ปรากฎว่าพระเอกหนีได้ ซึ่งได้ไปพบกับรัฐมนตรี กับนักวิเคราะห์ ที่ชื่อว่าแบรนท์ (ต้องบอกชื่อ เพราะตัวนี้ตัวเอกอีกตัวเลย) ซึ่งได้บอกภารกิจแก่ภารกิจ และได้บอกว่า ไอเอ็มเอฟ ถูกยุบแล้ว ต่อไปนี้จะต้องทำภารกิจเพียงคนเดียว กบัเพื่อนๆเท่านั้น รัฐบาลไม่ยุ่ง ซึ่งเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “ปฏิบัติการไร้เงา” ซึ่งพระเอกก็เออออตอบตกลง แต่ทันใดนั้นเองรถของรัฐมนตรีโดนกระหน่ำยิงโดยฝีมือของหน่วยงานรัสเซีย ซึ่งทำให้รัฐมนตรีตาย ส่วนฮันท์ และแบรนท์รอดตายอย่างหวุดหวิด

 

ซึ่งหลังจากนั้นพระเอกและทีม ต้องหารหัสเพื่อหยุดยั้งการปล่อยนิวเคลียร์ให้ได้ ซึ่งได้ตระเวนไปตั้งแต่ดูไบ ยันมุมไบเลยทีเดียว นอกจากนั้นยังมีความลับของเบรนท์ที่มีต่อฮันท์อีก (ไม่ใช่รักกันนะ 555) ต้องคอยลุ้นคอยเชียร์ว่าพระเอกและทีมจะสามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้หรือไม่

 

 

 

ความสนุก **สปอยล์อีกนิด**

 

 

 

เนื่องจาก จขบ. ไม่รู้จะแนะนำในด้านอะไรดี เลยเลือกที่ทุกๆคนจะต้องสนใจกันดีกว่า ความสนุกผมว่า สนุกแทบทุกๆนาทีเลยทีเดียว ฉากแอ็คชั่นนี่เยอะมากพอสมควรเลย หรือแม้กระทั่งฉากกระโดดโลดโผน ที่หลายคนเห็นในตัวอย่าง ที่ดูแล้วต้องลุ้นจะตัวงอ (มีแต่กลัวไม่ใช่หรอ 555) แอบเสียวไปตามๆกัน ซึ่งจุดเด่นของหนังเรื่องนี้ก็คือชอบหักมุม อย่างแผนของพระเอกชอบเสียอย่างเนี้ย แต่ก็มีแผนซ้อนแผนอีก + กับอุปกรณ์อันล้ำสมัยของ ไอเอ็มเอฟ ที่เพิ่มความสนุกของหนังเรื่องนี้ไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว (อย่างเช่น ฉากหลอกตา การทำงานคล้ายๆโปรเจกเตอร์ ซึ่งสามารถนำฉากไปวางไว้ที่ไหนก็ได้ โดยจะมีกล้องบันทึกภาพลงในฉาก ซึ่งสามารถหลบจากสายตาของศัตรูได้ดีเลยทีเดียว) +กับมุขฮาๆของหนังเรื่องนี ้ซึ่งมีค่อนข้างเยอะ พอฮาๆแบบผิวๆเผินๆ (อย่างฉากที่เบรนท์ต้องไปทำภารกิจหวาดเสียว ซึ่งหลังจากทำภารกิจเสร็จได้บอกผ่านไมค์ว่า “คราวหน้าฉันขอไปอ่อยเศรษฐีดีกว่านะ” ซึ่งภารกิจอ่อยเศรษฐีเป็นของเจน)

 

 

 

ภาพ – เสียง

ไม่ต้องกล่าวในเรื่องภาพ หนังฟอร์มยักษ์แบบนี้ไม่ทำให้คุณผิดหวังได้อย่างแน่นอน สมจริง อลังการทุกแบบอย่าง ส่วนเสียงไม่ต้องกล่าวกันเลย ซึ่งเป็นที่กล่าวกันมาตลอด 10 กว่าปี ว่าเพลงตีมของหนังเื่รื่องนี้ มันสุดยอดสักแค่ไหน (จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของหนังเรื่องนี้เลย เพลงนี้มาเมื่อไร รู้เลยว่าเรื่องอะไร) ซึ่งแต่ละภาคเสียงอาจจะแตกต่างในเล็กน้อย แต่ก็ถือว่ายังมันอยู่ และเพลงประกอบอื่นๆก็ทำได้อย่างเร้าใจ มันสุดๆ เข้ากับสถานการณ์ได้ดี (ส่วนตัวชอบเพลงประกอบหนังเรื่องนี้มากที่สุดแล้ว ยิ่งไปเปิดที่โรงนะ สุดๆ)

 

ความคุ้มค่า

ผมว่ามันคุ้มค่าตั้งดูจนจบไตเติ้ลแล้วแหละ 555 ไตเติ้ลภาคนี้รู้สึกจะอลังการกว่าภาคอื่นเยอะมากนะ (ถ้าจำไม่ผิด) + กับเพลงไตเติ้ลแล้ว ผมว่าคุ้มเหนือคุ้มละ แถมมาเจอฉากแอ็คชั่นที่มาแบบจุใจ ตลอด 133 นาที (หนังยาวนะ) ซึ่งอยากจะบอกว่าไม่รู้จะคุ้มไปถึงไหนละ 555

 

สรุุป

อย่าไปสนใจคำพูดของคนอื่นเลยครับ ที่เขาว่ากันว่า”ภาค 1 สนุกกว่าเยอะ” ผมว่าถึงแม้ภาค 1 จะสนุกกว่า แต่ผมว่าซีรีย์นี้ยังรักษามาตรฐานความมันได้ไม่ต่างกันมากนัก อาจจะลดบ้าง เพิ่มบ้างเป็นเรื่องปกติ อีกอย่าง 5 ปี กว่าจะออกมาอีกภาค ซึ่งไม่รู้ภาค 5 จะมีหรือเปล่า (กลัวพระเอกแก่จนเล่นไม่ไหวแล้ว 555) ซึ่ง จขบ.ก็ไ้ด้บอกแล้วว่า “อภึมหึมามหาความคุ้ม” เจียดเวลาสัก 2 ชม. ครึ่ง + เงินสักร้อยกว่าบาท 5 ปีครั้งนึง ผมว่าเป็นอะไรที่เพอร์เฟคสุดแล้วล่ะ

 

ปล.อย่าได้เกรงว่าจะดูภาค 4 ไม่เข้าใจ ถึงแม้ไม่ได้ดูภาคอื่นมาก่อนเลย แม้ว่าภาคนี้อาจจะเท้าความภาคที่แ้ล้วเล็กน้อย แต่ก็สามารถทำความเข้าใจได้ อย่างไม่งุนงง (หนังเน้นแอ็คชั่นมากกว่า ไม่ต้องเครียดว่าจะงงเลย)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s