3rd week : รวมฮิตเพลง 90’s (1995 – 1999)


สวัสดีครับ หลงัจากหายไปรู้สึกจะเข้าสัปดาห์ที่ 2 ได้แล้วครับ เนื่องจาก จขบ. ไม่มีกะจิตกะใจมานั่งอัพบล็อคตัวเองสักเท่าไร (ก็คงเช่นเดียวกับใครหลายคน ที่ไม่ค่อยมีอารมณ์ที่จะมานั่งอ่านเท่าไร) ต้องมานั่งระแวงน้ำ ว่าเมื่อไรมันจะมา แล้วมันจะท่วมมั้ย แต่ ณ วันนี้ จขบ.ขี้เกียจรอมันแล้ว รู้สึกว่ามันจะไม่มาด้วย (บ้าน จขบ. อยู่กทม.ชั้นใน) ก็เลยหาเวลาว่างมาอัพบล็อคต่อ แต่คราวนี้ขอแนะนำเป็นทีละเพลงดีกว่าครับ เป็นอัลบั้ม จขบ. ไม่ค่อยมีเวลามากพอมานั่งศึกษาสักเท่าไร ซึ่งเพลงทุกเพลง ที่นำมาแนะนำนั้น ล้วนแต่ติดที่ 1 ของชาร์ตบิลบอร์ดทั้งนั้น (ก็แสดงว่าดังจริงๆ)

 

One Sweet Day – Mariah Carey & Boyz II Mens (1995)

 

 

ประเดิมกันด้วยเพลงที่ได้เจ้าแม่บิลบอร์ด (มารายห์ แครี่ย์) ที่เพลงของเธอนัน้ขึ้นทะยานไปที่ 1 บิลบอร์ดชาร์ตไปไม่รู้กี่รอบ (น่าจะขึ้นที่ 1 มากที่สุดในบรรดานักร้องหญิงด้วย) และวงบอยแบนด์อย่าง บอยซ์ ทู เมนส์ ที่ไม่ต้องบอกเลยว่าปีก่อนหน้านั้น (1994) วงนี้ได้เขย่าวงการเพลงสากลเลยก็ว่าได้ โดยเพลงแรกที่ขึ้นมาที่ 1 ก็คือ I’ll Make Love To You แต่ก็ยังมีเพลง On Bended Knee รับช่วงที่ 1 ต่อ ปรากฎว่าแค่ 2 เพลง ทำให้วงนี้ติดที่ 1 บิลบอร์ดท็อป 100 ชาร์ต ไปถึง 5 เดือนติดต่อกันเลยทีเดียว มาร่วมร้องด้วยกัน

ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณอะไรให้มากมาย ก็คงพอจะทราบนะครับ ว่าความเพราะนั้นขนาดไหนกัน จขบ.อยากจะว่าโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพราะครับ ส่วนเอ็มวี ถ้าจำไม่ผิด น่าจะเป็นรูปนักร้องร้องเพลงนี้ในห้องอัดนะครับ (ณ ตอนนี้ วีโว่เจ้าเดิมได้บล็อคเพลงนี้ไปแล้ว) ด้วยความเพราะจึงทำให้ดีกรีความดังของมารายห์ และหนุ่มบอยส์ ทู เมนส์ ดังขึ้นเป็นทวีคูณ ติดที่ 1 บิลบอร์ด ถึง 4 เดือนด้วยกัน

 

Because You Loved Me Ost.Up Close & Personal – Celine Dion (1996)

 

 

มาต่อกันที่ดีว่าเสียงดีอย่าง เซลีน ดีออน ที่ดังเป็นพลุแตกอย่างเพลง My Heart Will Go On แต่เพลงที่จะแนะนำเป็นเพลงก่อนหน้านั้นนะครับ แต่เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงที่ดังของเธออีกเพลงนึงเลยทีเดียว เป็นเพลงที่สำหรับผมบอกว่าก็ไม่ได้แปลกอะไรมาก (เพราะจขบ.เป็นแฟนคลับของเซลีน ดีออน ซึ่งส่วนมากแกก็ร้องแต่เพลงแนวแบบนี้แหละ) แต่ด้วยเนื้อเพลง เสียง +ความอมตะ (คงจะได้อานิสงค์จะหนังด้วยแหละ) จึงทำให้เพลงนี้รับช่วงต่อจากเพลงวันสวีทเดย์ รับที่ 1 ไปนอนกอดอีก 6 สัปดาห์ (แต่ จขบ. ก็ยังอยากจะแนะนำเพลงนี้ครับ เพลงนี้ก็เพราะมากๆครับ)

 

Macarena [Bayside Boy Mix] Los Del Rio (1995)

 

 

เพลงช้ากันไปแล้ว มาเพลงเร็วกันบ้าง หลายคนอาจจะสงสัยว่าอีตาสองแก่นั่นมาจากไหน ไม่เห็นจะรู้จักเลย ซึ่งจขบ.ก็อยากจะบอกเหมือนกันว่า… ไม่ทราบเหมือนกัน 555 เพลงนี้ก็เป็นเพลงแดนซ์ในยุค 90 ทั่วไป ณ ปัจจุบัน ยังพอเอาไปเต้นมันๆได้อยู่ จุดเด่นของเพลงนี้ก็คือ มีเสียงผู้หญิงทั้งพูด ทั้งร้องด้วย ส่วนตาแก่สองคนเอาแต่ร้องตรงท่อนสร้อยเท่าันั้น 555 อย่างที่เห็นครับเพลงนี้อัดเมื่อปี 1995 แต่มาดังเมื่อปี 1996 (กรณีนี้อาจจะเห็นได้เมื่อไม่นานมานี้ครับ อย่าง Rolling In The Deep ของนักร้องเสียงดีอย่าง Adele ที่บันทึกเสียงเอาไว้เมือ่ปี 2010 แต่ดั๊นมาขึ้นที่หนึ่งได้เมือ่ปีนี้เอง) และที่สำคัญไอ้เพลงที่ขึ้นที่ 1 ดันเป็นเพลงรีมิกซ์ซะงั้น – – แต่อย่าได้ดูถูกเชียว ติดที่ 1 ยาวนานถึง 14 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

Un-Break My Heart – Toni Braxton (1996)

 

 

กลับเข้าสู่เพลงช้ากันอีกครั้ง เพลงนี้ถ้าใครอายุเกิน 25 ขึ้นไป ก็น่าจะพอรู้จักกับเพลงนี้นะครับ เพราะ จขบ. ได้ยินเพลงนี้ตั้งแต่ยังเด็ก บ่อยมาก.. เพลงนี้ก็คล้ายๆเพลง I Will Always Love You ของ Whitney Houston ประมาณว่าช่วงแรกๆก็ยังร้องธรรมดา แต่มาท่อนสุดท้ายแหกปากกันใหญ่ จึงทำให้เป็นเพลงตามที่ตลาดต้องการ แต่เพลงนี้ผมว่าฟังกี่ครั้งมันก็อมตะดี +กับเอ็มวีที่ออกจะติดเรทสักเล็กน้อย จึงทำให้ได้รางวัลขวัญใจมหาชน ติดที่ 1 ไปอีก 11 สัปดาห์

 

Wannabe – Spice Girls (1996)

 

 

กลับเข้าสู่เพลงจังหวะมันส์ๆกันอีกครั้ง มาคราวนี้เป็นตาของเกิร์ลกรุ๊ปที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก (วัดจากยอดขายอัลบั้มครับ) อย่างสไปซ์ เกิร์ลส ที่ถือว่าเป็นซิงเกิ้ลแรก ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ไปเขย่าถึงแผ่นดินอเมริกาเลยทีเดียว (นักร้องจากวงนี้ เป็นชาวอังกฤษเน้อ) ก็ถือว่าเพลงนี้ค่อนข้างแปลกใหม่สำหรับยุคนั้นมากนัก ผมว่าหาเพลงสไตล์แบบนี้ยากด้วย แต่จุดเด่นจริงๆก็คือ เวลาร้อง ที่สาวๆร้องว่า I wanna huh I wanna huh ซึ่งสังเกตุได้ว่ามีการกระชากเสียงขั้นรุนแรง เพิ่มความมันไปพอสมควร แต่ที่เด่นจริงๆ คือ… เม็ดนมในเอ็มวี คือแบบว่า – – ทำไมพวกเธอถึงไม่ยอมใส่ชุดชั้นในกัน 555 สรุปแล้วเพลงนี้รับช่วงต่อจากเพลงอันเบรคมายฮาร์ท ติดที่ 1 ไป 1 เดือนเต็มๆ (ผมว่ามันก็หรูแล้วสำหรับเพลงฝั่งเมืองผู้ดี)

 

Hypnotize– Notorious B.I.G. (1996)

 

 

ขอเสียงสาวกแร็ปเปอร์ รุ่นเก๋าหน่อยเร้ว… มาโยกย้ายส่ายสะโพกกับเพลงฮิปฮ็อปกันซักหน่อย กบันักร้องที่ดูชื่อก็ไม่ต้องบอกว่าไซส์ของเฮียแกนั้นใหญ่ขนาดไหน 5555 เพลงนี้ เป็นเพลงแร็ปที่ค่อนข้างมันเลยทีเดียว มีลิล คิม + พัฟ แด็ดดี้ มาร่วมร้องด้วย ซึ่งไม่ต้องบอกว่ามันจะออกมาเจ๋งสักแค่ไหน แต่น่าเสียดาย เฮียวอลเลซ (ชื่อจริงๆของเขาอะนะ) ชื่นชมกับความประสบความสำเร็จของเพลงนี้ได้ไม่นาน เขาโดนฆาตกรรมเสียชีวิจ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 1997 แต่เขายังทันเห็นผลงานของเขาขึ้นที่ 1 แค่ 4 วันเอง ToT ยังไงก็ช่วยดูเอ็มวีเฮียแกหน่อยนะ ลงทุนมากเอาเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำ มาไล่เรือ + ขับรถหนีมอไซค์ถอยหลัง

 

Candle In The Wind – Sir Elton John (1997)

 

 

มากับเพลงที่ผมว่าเศร้าที่สุดในยุค 90 เลยก็ว่าได้ ฟังแล้วน้ำตาแทบจะไหล (รู้สึกเหมือนผูกพันธ์กับเจ้าหญิงไดอาน่ายังไงไม่รู้ สงสัยเพราะไปอ่านประวัติชีวิตของพระองค์ท่านมั้งครับ 555) ที่จริงแล้วเพลงนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นออริจินัลนะครับ ถ้าออริจินัล ต้องย้อนกลับไป 23 ปี (หรือ 37 ปีในปัจจุบัน) ซึ่งคนร้องก็คนเดิมครับท่านเซอร์ เอลตัน จอนห์ แต่ไม่ได้ร้องให้เจ้าหญิงไดอาน่านะครับ 555 ร้องให้ มาริลีน มอนโรล (ดาราสาวที่ จขบ. แอบชอบอยู่เหมือนกัน สวยมาก…) ที่ตายไปเมื่อ 12 ปีก่อนหน้านั้น (หรือ 49 ปีในปัจจุบัน) ซึ่งในเวอร์ชั่น 97 นั้น ท่านเซอร์แกได้ร้องแด่เจ้าหญิงไดอาน่า ที่ประสบอุบัติเหตุรถชน เนื่องจากหนีปาปารัสซี่ที่ตามทำข่าวของพระองค์ (จะให้เล่ายาวกว่านี้ก็ได้นะครับ แต่ว่านี่มันบล็อคแนะนำเพลงนะ -*-) สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1997 (จขบ.ไม่ต้องเปิดประัวัติของพระองค์ท่านดูเลย 5555)   เอาล่ะด้วยเป็นเพลงที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ช็อคโลก จึงทำให้เพลงนี้ไ้ดรับอานิสงค์ ติดที่ 1 บิลบอร์ดถึง 14 สัปดาห์เลยทีเดียว

 

Truly Madly Deeply – Savage Garden (1997)

 

 

เพลงนี้ เป็นเพลงแรกที่ทำให้ชาวออสเตรเลียช็อคถึงตามๆกัน นานๆทีกว่าจะมีเพลงของชาวออสซี่ติดที่ 1 กับเขาบ้าง (แทบจะไม่มีสักด้วยซ้ำ) แต่ถึงแม้เพลงนี้จะยันที่ 1 ไว้ได้แค่ 2 สัปดาห์ แต่เพลงนี้ยังวงเวียนอยู่ในท็อป 30 ในบิลบอร์ดชาร์ต เป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน แถมในปี 2002 ยังแอบเข้ามาในวนเวียนในชาร์ต(ไม่ใช่ชาร์ตท็อป 100 นะ)อีก นั่นจึงเป็นเครื่องยืนยันว่า 2 หนุ่มแห่งซาวาจ การ์เด้น เป็นวงดูโอชาวออสซี่ที่ประสบความ สำเร็จที่สุด ยังไงซะเพลงนี้เป็นเพลงที่ จขบ. ชอบมากที่สุดอีกเพลงนึง ทั้งน้ำเสียของดาร์เรนที่สุกจะเซ็กซี่ (ลองฟังเพลง Insatiable ครับ ถ้าเกิดไม่เชื่อว่าเสียงเฮียแกเซ็กซี่จริงๆ) +เนื้อเพลง แล้วมันรวมกันแบบเพอร์เฟคเลย แบบอินมาก เพราะมากๆ

 

My Heart Will Go On – Celine Dion (1997)

 

 

ไม่ต้องกล่าวอะไรมากนักสำหรับเพลงนี้ ขนาดเด็กวัย 10 ขวบยังรู้จักเพลงนี้เลย 555 ไม่ต้องบอกว่าดีกรีความดังสำหรับอดีตหนังที่ทำเงินมากที่สุดตลอดกาล (ตอนนี้ที่ 2) มักจะทำให้เพลงที่ประกอบดังพลอยดังไปด้วย แต่ก็ไม่ใช่ทุกเพลงเสมอไปนะ แต่เพลงนี้ จขบ. รับประกันว่าอมตะจริงๆ เซลีนทุ่มให้กับเพลงนี้สุดๆเลยนะ ผมว่า   แต่…. แต่ครับแต่ อย่านึกว่าจะครองที่ 1 ได้นานนะครับ ติดที่ 1 แค่สองสัปดาห์เอง

 

The Boy Is Mine – Brandy & Monica (1998)

 

 

มากันต่อที่เพลงนี้ เพลงนี้เป็นเพลงร้องประกบคู่กันของแบรนดี้ และโมนิก้า ที่สมัยตะก่อนก็ดังพอสมควร สมัยนี้ก็พอมีผลงานประปราย ไม่ได้ดังอะไรมากมาย เพลงนี้เป็น อาร์แอนด์บี ตามยุคธรรมดาๆเพลงนี้ แต่มันเด็ดที่เนื้อเพลงล่ะสิครับ มันมาก เนื้อเพลงเกี่ยวกับการแย่งผู้ชาย (ก็ไม่เชิง) ประมาณว่าผู้ชายคนนี้เป็นของฉันต่างหากย่ะ แต่ไม่ได้มีน้อยกว่านั้น แบบใช้วาจาฟาดฟันแบบถึงพริกถึงขิง เรยากับเด่นจันทร์ ยังต้องอาย (เวอร์ไปละ 555) ถือว่าเป็นการร้องคู่เฉพาะกิจที่ดังประสบความสำเร็จอย่างสูงเลยทีเดียว ติดที่ 1 ไป 13 สัปดาห์ด้วยกัน

 

…Baby One More Time – Britney Spears (1998)

 

 

มากันต่อกับผลงานของนักร้องสาวที่หลายๆคนคงรู้จักกันในนาม บริทนีย์ สเปียร์ส  แนวเพลงแบบนี้ จขบ. ว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย แต่ช่วงแรกๆเจ้แกก็เล่นแนวแบบคล้ายๆกับเพลงนี้ตลอดเลย อย่างเพลง Oops!… I Did It Again ก็ใช่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เพลงนี้ถือว่าก็ฮิตติดปากได้ในระดับนึง ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรกับซิงเกิ้ลแรกในชีวิตของเธอ ติดที่ 1 ไป 2 สปัดาห์

 

No Scrubs – TLC (1999)

 

 

มากันต่อแบบน็อนสต็อป และมาแดนซ์กันต่อแบบน็อนสต็อปเช่นกัน เพลงนี้ก็จัดอยู่ในแนวอาร์แอนด์บี แต่ดนตรีอาจจะแหวกแนวบ้าง ถือว่าทำออกมาได้มันสมควร แต่จุดเด่นเอาจริงๆเลยก็คือท่อนแร็ป ผมว่าถ้าไม่มีเล็ฟท์ อายมาแร็ปให้เพลงนี้คงไม่ได้ดังมากเท่าไรหรอก แร็ปแบบได้สุดยอดมาก เอ็มวีนัน้ทำออกมาค่อนข้างลงทุนเหมือนกัน (สมัยประถม ดูเอ็มวีนึกว่าเอ็มวีออกเมื่อประมาณปี 2005 555) แต่ว่าทำออกมาคล้ายๆกับเอ็มวีที่ใช้งบประมาณในการสร้างสูงที่สุดอย่างเพลง Scream ที่เป็นเพลงจับประกบคู่ร้องโดยสองพี่น้องตระกูลแจ็คสัน Michael Jackson และ Janet Jackson เพลงนี้ติดที่ 1 ไปได้ 4 สัปดาห์

 

Livin’ La Vida Loca – Ricky Martin (1999)

 

 

มาแดนซ์กันต่อกันอีกเพลง และเป็นเพลงสุดท้ายที่จะมาแด็นซ์กัน มาคราวนี้มาแดนซ์แบบกระจาย กับเพลงมันแบบกระจุย ของริกกี้ มาร์ติน ซึ่งไม่ต้องกล่าวอะไรมาก ฟังแล้ว จขบ. อยากลุกขึ้นไปเต้น ดนตรีในเพลงนี้ได้กินอายแบบละติน + ดนตรียุคใหม่ ทำให้เพลงนี้เหมาะสำหรับไปแดนซ์ในคลับไม่น้อยหน้าแนวอิเล็คโทรนิคส์เลยทีเดียว จึงทำให้เพลงนี้ดังไปโดยปริยาย ติดที่ 1 ไป 5 สัปดาห์

 

 

Unpretty – TLC (1999)

 

 

มากันที่เพลงสุดท้ายแล้ว…. เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ จขบ. โปรดปรานมากที่สุดอีกเพลงนึง เพราะว่าค่อนข้างตรงกับตัวเองในระดับนึง (ไม่ได้ยอตัวเองนะ จริงๆ 555) ด้วยเนื้อเพลงนี้ เป็นเนื้อเพลงที่โดนใจใครๆหลายคน และไม่มีใครแต่งแนวนี้มาก่อน (เนื้อเพลงประมาณว่า แฟนเราอะ ไม่พอใจเราสิ่งทีเ่รามีอยู่ บอกให้เราไปลดน้ำหนัก ไปศัลยกรรมบ้างอะไรบ้าง ที่จริงภายนอกเราอาจจะดูโอเค มีความสุขในสายตาเธอนะ แต่รู้มั้ยข้างในฉันมันเศร้าแค่ไหน) + ดนตรีที่ออกแนวซอฟท์ร็อค ฟังสบายๆ แหวกแนวเล็กน้อย ทำให้เพลงนี้ทะยานครองที่ 1 บิลบอร์ดชาร์ตไปอีก 3 สัปดาห์

2 thoughts on “3rd week : รวมฮิตเพลง 90’s (1995 – 1999)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s